ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/128

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๒๐

พิมานองค์ ๑ ส่วนพระที่นั่งพรหมภักตร์ได้อธิบายมาแล้ว ว่าเปนชื่อ บุษบกราชบัลลังก์ ซึ่งตั้งอยู่ในท้องพระโรงน่า มิใช่พระราชมณเฑียร แต่ส่วนพระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน ข้าพเจ้าคิดไม่เห็นว่าเหตุใดนามจึง ไม่คล้องกับพระที่นั่งองค์อื่น ได้นึกสงไสยว่า ฤๅจะเปนนามตั้งขึ้น ใหม่ต่อเมื่อในรัชกาลที่ ๓ ของเดิมจะเรียกแต่ว่าพระที่นั่งทรงธรรม แต่มามีข้อสังเกต ด้วยนามพระที่นั่งรังสรรค์จุฬาโลก สังเกตดูความไม่เหมาะแก่พระราชมณเฑียรที่สร้างตรงนั้น เห็นว่าที่ขนานนามว่าพระ ที่นั่งรังสรรค์จุฬาโลก เพราะจะให้คล้องสัมผัสกับนามพระที่นั่ง ศิวโมกข์ของเดิมเปนต้นเหตุ ข้อนี้เปนหลักฐานว่านามพระที่นั่ง ศิวโมกข์พิมานมีมาแล้วแต่ในรัชกาลที่ ๑ จึงมานึกขึ้นว่าฤานามเดิม เปน "พระที่นั่งศิวโมกข์สถาน" อยู่น่าพระที่นั่งพิมานดุสิดาดอกกระมัง ถ้าเช่นนั้นนามพระราชมณเฑียรครั้งรัชกาลที่ ๑ ก็คล้องกันได้หมด

พระที่นั่งศิวโมกข์พิมานนี้ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสร้างเปนท้องพระโรง ตั้งแต่แรกสร้างพระราชวังบวร ฯ ตามแบบ อย่างพระที่นั่งทรงปืนที่พระราชวังหลวงกรุงเก่า ดังกล่าวมาแล้ว องค์ เดิมเข้าใจว่าเปนเครื่องไม้ แลเล็กว่าพระที่นั่งศิวโมกข์พิมานที่ปรากฎ อยู่ทุกวันนี้ แต่แรกคงเปนที่เสด็จออกขุนนางแลทรงบำเพ็ญพระราช กุศลอย่างพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระราชวังหลวง ครั้นเมื่อสร้าง พระวิมานแล้วมาเสด็จออกที่พระวิมาน พระที่นั่งศิวโมกข์ ฯ เห็นจะเปน แต่ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เช่นมีเทศน์มหาชาติเปนต้น เพราะเหตุ นี้จึงเรียกกันว่า พระที่นั่งทรงธรรม เมื่อกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงห