ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/138

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๓๐

ให้ทวียิ่ง ๆ ขึ้นไป นรชาตินี้ก็ชื่อว่ากตัญญูกตเวที รู้คุณแทนคุณ ของบุญกุศลหาได้ด้วยยากในโลกย์ อนึ่งกตัญญูกตเวทีบุคคลนี้ พระองค์ก็ทรงตรัสสรรเสริญว่าเปนสัปปุรุษตั้งอยู่ในธรรมของสัปปุรุษ ว่า เปนรัตนให้เกิดความยินดีอย่างหนึ่ง ยากที่จะเกิดจะมีขึ้นในโลกย์ ประหนึ่งคชรัตนอัสสรัตนเปนต้น อันหาได้ด้วยยากยิ่งนักฉนั้น อนึ่ง กตัญญูกตเวทิตาคุณนี้ พระองค์ก็ทรงตรัสว่าเปนภูมิของสัปปุรุษแล เปนอปริหานิยธรรม เปนเหตุให้เจริญยิ่ง ๆ แห่งความศุขแลสมบัติ ฝ่ายเดียว ก็ซึ่งสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ดำรงอยู่ใน กตัญญูกตเวทิตาคุณ จึงได้ทรงพระอุสาหบำเพ็ญพระราชกุศลบุพพ เปตพลีญาติสังคหะนี้ ได้ชื่อว่าทรงสถิตย์ในสัปปุริสภูมิแลอปริหา นิยธรรม ควรเปนที่ตั้งแห่งศุภอรรถอิฏฐวิบุลผล ดังพระราช หฤไทยประสงค์ทุกประการ

บัดนี้จะได้รับพระราชทานถวายวิสัชนาในโบราณวงษ์ประวัติ ของกรมพระราชวังบวร ฯ ๓ พระองค์ แลพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลทั้ง ๔ โดยสังเขป สนองพระเดชพระคุณตามพระราช ประสงค์ เพื่อให้เกิดภาวนามัยกุศลอันพิเศษ คือมรณสติแลอนิจจ สัญญาซึ่งเปนทางพระนฤพาน ก็ในโบราณวงษ์ประวัติของกรมพระ ราชวังบวร ฯ พระองค์ซึ่งเปนปฐมในรัชกาลที่ ๑ นั้น ดำเนินความโดยสังเขปดังนี้ว่า ครั้นเมื่อจุลศักราช ๑๑๔๔ ปีขาลจัตวาศกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติปราบดาภิเศก เปนปฐมบรมมหาราชาธิราชพระเจ้าแผ่นดินใหญ่ ในสยามรัฐมหาชน