บาท ส่วนพระองค์ก็ทรงพระอุสาหด้วยกำลังพระราชศรัทธา เสด็จ พระราชดำเนินด้วยพระบาท ทรงยกตัวลำยองเครื่องบนพระมณฑป ตัวหนึ่งด้วยพระหัดถ์ ขึ้นประดิษฐานเหนือพระอังษา ทรงแบกด้วย พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินโดยสถลมารถวิถี ให้ตั้งขาหยั่ง แลพลับพลาไว้ณที่ประทับ ครั้นเสด็จถึงก็ทรงวางตั้งตัวไม้ไว้บนขา หยั่ง แล้วเสด็จขึ้นประทับบนพลับพลานั้น ทรงประทับในระหว่าง ๆ อย่างนี้โดยลำดับ จนถึงเขาพระพุทธบาท ด้วยอำนาจกำลังพระ ราชศัรทธาทรงพระอุสาหะ มิได้คิดแก่ลำบากพระกาย ด้วย พระราชประสงค์จะให้เปนพระราชกุศลอันพิเศษไพศาล ครั้นเสด็จ ถึงเขาพระพุทธบาทแล้ว จึงรับสั่งให้นายช่างยกเครื่องบนแลยอด โดยลำดับ ให้จับการลงรักปิดทองประดับกระจกแล้ว ให้ทำ พระมณฑปน้อยกั้นรอยพระพุทธบาท ภายในพระมณฑปใหญ่ เสา ทั้ง ๔ กับทั้งเครื่องบน แลยอดพระมณฑปน้อย ล้วนแผ่ทองคำหุ้ม ทั้งสิ้น การพระมณฑปใหญ่น้อยสำเร็จบริบูรณ์แล้ว ก็เสด็จกลับ ยังกรุงเทพมหานคร ขึ้นเฝ้าสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า กราบ ทูลถวายพระราชกุศล ในกาลเมื่อสำเร็จพระมณฑปนั้น จุล ศักราช ๑๑๕๐ ปีวอกสัมฤทธิศก อนึ่งเมื่อกัตติกบุรณมีดิถีเพ็ญเดือน ๑๒ ในปีวอกสัมฤทธิศกนั้น สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า ทรงอาราธนา ให้พระสงฆ์ราชาคณะถานานุกรม ปเรียญ อนุจร รวม ๒๑๘ รูป กับ ราชบัณฑิตยาจารย์ ๓๒ คน สันนิบาตประชุมกันในอุโบสถวัดพระศรี สรรเพชดาราม ชำระพระไตรปิฎกซึ่งนับเนื่องเข้าในนวมะสังคายนาย
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/140
หน้าตา