ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/142

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๓๔

กล้าขึ้น สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเจ้า ก็เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมประชวรณพระราชวังบวร ฯ ครั้นถึงกัตติกมาศพุฒวารกาฬปักขดิถีที่ ๔ เพลายามหนึ่งกับ ๕ บาท สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวร ฯ ก็เสด็จสวรรคตล่วงไป พระองค์ประสูตรเมื่อเดือน ๑๑ ขึ้นค่ำหนึ่งวัน พฤหัศบดี ปีกุญเบญจศก จุลศักราช ๑๑๐๕ ขณะเมื่อรับพระอุปราชา ภิเศกนั้น พระชนม์ได้ ๓๘ พรรษา ได้ดำรงอยู่ในตำแหน่งกรม พระราชวังบวร ฯ ๒๑ พรรษา กับ ๔ เดือน ๕ วัน รวมพระชนม์ได้ ๖๐ พรรษากับเดือนหนึ่ง พระองค์ได้ทรงสถาปนาวัดสลักวัด ๑ พระราชทานนาม ว่า วัดนิพพานาราม เมื่อทำสังคายนายนั้นพระราชทานนามใหม่ ว่าวัดศรีสรรเพชดาราม ครั้นกาลล่วงมาถึงเดือนยี่ปีกุญเมื่อพระสงฆ์ ประชุมกันแปลหนังสือ พระราชทานนามใหม่อิกว่าวัดมหาธาตุ บุรณ วัดตองปุวัด ๑ พระราชทานนามว่า วัดชนะสงคราม บุรณวัด สามเพ็งวัด ๑ อุทิศถวายสมเด็จพระบรมชนกาธิบดี พระราชทานนาม ว่า วัดประทุมคงคา รวมเปนสามวัด สิ้นความในโบราณวงษ์ประวัติ ของกรมพระราชวังบวร ฯ พระองค์ซึ่งเปนปฐมในรัชกาลที่ ๑ โดยสัง เขปแต่เท่านี้

ในโบราณวงษ์ประวัติของกรมพระราชวังบวร ฯ ที่ ๒ ในรัชกาลที่ ๑ นั้นดำเนินความโดยสังเขปดังนี้ว่า ครั้นสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวร ฯ ซึ่งเปนปฐมสวรรคตล่วงไปแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรด เกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ขึ้นประดิษฐานในที่อุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ให้รับอุปราชา