ภิเศกตามโบราณจารีตราชประเพณี เปนลำดับมา แล้วจึงทรงพระ กรุณาโปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพระองค์น้อย ซึ่งเปน กรมหลวงเสนานุรักษ์ ให้รับที่พระบัณฑูรน้อย ครั้งนั้นเสนามาตย์ ราชบริพารทั้งหลายจะกราบทูลพระกรุณา ก็ออกพระนามว่าพระบัณฑูรใหญ่ พระบัณฑูรน้อย เท่านั้น
ครั้นกาลล่วงมาถึงปีมเสงเอกศก จุลศักราช ๑๑๗๑ เดือน ๙ แรม ๑๓ ค่ำ วันพฤหัศบดี เพลาราตรี สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ซึ่งเปนปฐมบรมธรรมิกมหาราชาธิราชเสด็จสวรรคตแล้ว ครั้นรุ่งขึ้น วันที่ ๒ กรมพระราชวังบวร ฯ กับสมเด็จพระอนุชาธิราชพระบัณฑูร น้อย พร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายน่าฝ่ายใน เสด็จไปโสรจสรง พระบรมศพด้วยอุทกวารี แล้วทรงเครื่องปิลันทนาภรณ์สำหรับพระบรม ศพพระเจ้าแผ่นดินใหญ่เสร็จแล้ว จึงเชิญเข้าสู่พระลองเงินแล้วประกอบ พระโกษฐทองคำจำหลักลายกุดั่นประดับพลอยนพรัตน์ แล้วเชิญ ขึ้นประดิษฐานบนพระยานุมาศ ตั้งขบวนแห่ไปประดิษฐานณพระที่นั่ง ดุสิตมหาปราสาทด้านมุขปัจฉิมทิศ ประดับด้วยมหาเสวตรฉัตรแล เครื่องสูง ตั้งเครื่องต้นแลเครื่องราชูปโภคเฉลิมพระเกียรติยศตาม บุรพราชประเพณีพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินใหญ่ ครั้งพระนครศรีอยุทธยา ฉนั้น ครั้นกรมพระราชวังบวร ฯ ซึ่งดำรงที่พระบัณฑูรใหญ่ได้สำเร็จ ราชการแผ่นดินแล้ว ก็เสด็จประทับแรมอยู่ณพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ครั้นถึงเพลาบุพพัณหสมัย สายัณหสมัย เสด็จพระราชดำเนินไปถวายบังคมพระบรมศพ ถวายไทยธรรมพระสงฆ์สดัปกรณ์