ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/145

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๓๗

พ่ายแพ้หนีไป แล้วจับได้พม่าที่ตกค้างอยู่ณเมืองชุมพรบ้าง เมือง ตะกั่วป่าบ้าง ส่งเข้ามายังกรุงเทพมหานคร แล้วทรงพระกรุณา โปรดให้พระยาจ่าแสนยากร อยู่รักษาเมืองชุมพร ส่วนพระองค์ ก็เสด็จกลับยังกรุงเทพมหานคร ครั้นถึงแล้วจึงขึ้นเฝ้าสมเด็จพระ บรมเชษฐาธิราชเจ้า ทูลแถลงราชกิจการสงครามให้ทรงทราบทุก ประการ ครั้นอยู่มาในอปรภาคสมัย ก็ทรงพระประชวรไข้พิศม์ พระอาการมาก จนถึงบนพระองค์ทรงผนวช ครั้นพระโรคเสื่อม คลายหายเปนปรกติแล้ว ก็ได้ทรงผนวชเสด็จประทับอยู่ณวัดมหาธาตุ ปุรณะ ๗ ทิวา แล้วก็ลาผนวชในปีมเมียโทศกนั้น

เมื่อจุลศักราช ๑๑๗๖ ในเดือน ๕ นั้น สมเด็จพระบรมเชษฐา ธิราชเจ้า ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าทางลัดที่ต้นโพธินั้น กรมพระ ราชวังบวร ฯ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ลงไป ทำยังค้างอยู่ จะเปนที่ไว้ใจแก่การศึกสงครามทางทเลมิได้ จะ ต้องทำเสียให้สำเร็จ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระ อนุชาธิราชกรมพระราชวังบวร ฯ ไปเปนแม่การ แบ่งเอาแขวงกรุงเทพ ฯ แลแขวงเมืองสมุทปราการต่อกัน สร้างเปนเมืองขึ้นที่ปากลัดนั้น พระราชทานนามว่าเมืองนครเขื่อนขันธ์ ยกเอาครัวรามัญเมืองประทุม ธานี พวกพระยาเจ่งลงไปตั้งอยู่ มีชายฉกรรจ์สามร้อยคน ครอบ ครัวด้วย แล้วสร้างป้อมสามป้อม กับป้อมเก่าป้อมหนึ่ง บรรจบเปน ๔ ป้อม แล้วสร้างข้างฝั่งตะวันออกอิก ๕ ป้อม บรรจบเปน ๙ ป้อม