ทรงตั้งอยู่ในสัปปุริสธรรม คือ กตัญญูกตเวทิตาคุณ แลให้เสด็จเลียบ พระนครโดยคชพยุหแลอัศวพยุหวันหนึ่ง แลพระราชทานเงินเบี้ย หวัดข้าราชการเพิ่มขึ้นปีละพันชั่ง รวมทั้งที่กรมพระราชวังบวร ฯ ได้ เคยรับพระราชทานมาแต่เดิมเปนส่วนพันชั่ง แลเงินภาษีอากรนั้น ๆ ก็พระราชทานขึ้นอิกเปนอันมาก สำหรับรักษาพระเกียรติยศซึ่งยิ่ง ใหญ่ขึ้นไป แลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ ทรงรับพระอัษฐิกรมพระราชวัง ฯ ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ขึ้นไปประดิษฐานในพระราชวังบวร ฯ แต่ครั้งนั้นมา พระบาทสมเด็จพระปิ่น เกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้างเรือรบกลไฟไว้สำหรับแผ่นดินสองลำ คือเรืออาสาวดีรศ ๑ แลเรือยงยศอโยชฌิยา ๑
ก็การธรรมเนียมเลียบพระนครในกรมพระราชวังบวร ฯ แต่ก่อน ๆ มาก็มิได้เคยมี แต่ครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดให้สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลียบพระนครด้วย ให้เหมือนอย่างพระองค์ทรงเลียบพระนครเช่นนั้น จึงมีพระบรมราช โองการดำรัสสั่งเสนามาตย์ราชบริพาร ให้จัดขบวนแห่พยุหายาตรา ที่จะเลียบพระนครเปนขบวนแห่ห้าแถว ขบวนช้าง ขบวนม้า ขบวนเดินเท้า แต่งตัวถือเครื่องสาตราวุธต่าง ๆ แลให้เจ้าพนักงานแต่งวิถีทางซึ่ง พระองค์จะเสด็จทรงเลียบพระนครนั้น
ครั้นณเดือน ๗ ขึ้น ๔ ค่ำ เจ้าพนักงานจัดขบวนแห่เสร็จแล้ว จึงผูกช้างพระที่นั่ง ชื่อเจ้าพระยาไชยานุภาพพลาย สูง ๖ ศอกคืบ มีรัตคนพานหน้าซองหางเครื่องมั่น ติดประจำยามทองคำจำหลักลายกุดั่น