ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/155

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๔๗

ลงถ่ายเดียว ครั้นถึงปีฉลูสัปตศกจุลศักราช ๑๒๒๗ ปี เดือนยี่แรม ๖ ค่ำ วันอาทิตย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จ สวรรคตล่วงไป พระองค์ประสูตรเมื่อปีมโรงสัมฤทธิศกจุลศักราช ๑๑๗๐ พรรษา เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันอาทิตย์ ขณะเมื่อรับบวรราชา ภิเศกนั้น พระชนม์ได้ ๔๓ พรรษา กับ ๑๐ เดือน ได้ดำรงอยู่ ในบวรราชสมบัติ ๑๔ พรรษา รวมพระชนม์ได้ ๕๗ พรรษา กับ ๔ เดือน สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชโปรดพระราชทานพระลองเงินให้ทรงพระศพ แลทำพระเมรุท้องสนามหลวงโดยราชประเพณี พระองค์ได้ทรงสถาปนา วัดส้มเกลี้ยงวัด ๑ กับทรงปฏิสังขรณ์พระอารามไว้ ๔ พระอาราม คือ วัดบวรสถาน ที่ค้างอยู่ให้สำเร็จบริบูรณ์ขึ้น ๑ วัดหงษาราม ๑ วัด โมฬีโลกย์ ๑ วัดศรีสุดาราม ๑ รวมเปน ๔ พระอาราม สิ้นความ ในโบราณวงษ์ประวัติของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาล ที่ ๔ โดยสังเขปแต่เท่านี้

แลในการพระราชกุศลครั้งนี้ สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ทรงพระปรารภพระบรมญาติราชสัมพันธวงษ์เธอ แลพระเจ้าบวรวงษ์ เธอ แลพระเจ้าวรวงษ์เธอ อันมีพระอัษฐิประดิษฐานอยู่ในพระราชวัง บวร ฯ แลในวังต่าง ๆ ซึ่งได้ดำรงพระยศเปนพระองค์เจ้าต่างกรม ฤๅ ที่ได้ทรงรู้จักคุ้นเคย โปรดให้เชิญพระอัษฐิมาประดิษฐาน ทรง บำเพ็ญพระราชกุศลด้วยณบัดนี้ คือสมเด็จพระสัมพันธวงษ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ แลเจ้าฟ้ากรมหลวงอนัคฆนารี อันเปนพระ