หมองของสัตว์ เปนมรรคาให้บรรลุมรรคผลทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เพราะเหตุนั้น สมเด็จพระสุคตผู้ทรงพระภาคย์เปนผู้ฉลาดในมรรคา จึง ได้ภาสิตแสดงซึ่งทางแห่งความบริสุทธิพิเศษจากกิเลศด้วยพระคาถาทั้ง สามว่า สัพ์เพ สังขารา อนิจ์จาติ ดังนี้เปนต้น ความในคาถา ทั้งสามนั้นว่า เมื่อใดผู้มีปรีชามาเห็นด้วยปัญญาว่าสังขารคือธรรมที่ ปัจจัยประชุมแต่งทั้งสิ้นไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วดับไปฉนี้แล้ว เมื่อนั้น ผู้มีปรีชาญาณ ก็ย่อมเหนื่อยหน่ายในทุกข์ที่เปนของไม่เที่ยง ก็ ความเบื่อหน่ายในทุกข์ด้วยนิพพิทาญาณนั้น เปนมรรคาแห่งความ บริสุทธิหมดจดพิเศษจากกิเลศ เปนเหตุให้บรรลุมรรคผลทำให้แจ้งซึ่ง พระนิพพาน เมื่อใดผู้มีปรีชามาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งสิ้นเปน ทุกข์ อันสัตว์ทนยากฉนี้แล้ว เมื่อนั้นผู้มีปรีชาญาณก็ย่อมเบื่อหน่าย ในทุกข์ที่สัตว์ทนยาก ก็ความเบื่อหน่ายในทุกข์ด้วยนิพพิทาญาณนั้น เปนมรรคาแห่งความบริสุทธิหมดจดพิเศษจากกิเลศเปนเหตุให้บรรลุ มรรคผลทำให้แจ้งซึ่งพระนฤพาน เมื่อใดผู้มีปรีชามาเห็นด้วยปัญญา ว่า ธรรมทั้งสิ้นเปนอนัตตาใช่ตัวใช่ตนไม่เปนไปในอำนาจฉนี้แล้ว เมื่อ นั้นผู้มีปรีชาญาณ ก็ย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ที่ใช่ตัวใช่ตน ก็ความเบื่อ หน่ายในทุกข์ด้วยนิพพิทาญาณนั้น เปนธรรมดาแห่งความบริสุทธิ หมดจดพิเศษจากกิเลศเปนเหตุให้บรรลุมรรคผลทำให้แจ้งซึ่งพระนฤพาน สมเด็จพระผู้ทรงพระภาคย์ทรงแสดงซึ่งวิปัสนาญาณว่าเปนทางแห่ง ความบริสุทธิหมดจดพิเศษจากกิเลศด้วยประการฉนี้ ก็ความบริสุทธิ หมดจดพิเศษจากกิเลศทั้งสิ้น เปนนฤพานดับเสียจากทุกข์ทั้งสิ้น
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/159
หน้าตา