ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/160

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๕๒

นิพ์พานํ ปรมํ สุญ์ญํ นิพพานเปนธรรมสูญอย่างยิ่ง เพราะเปนธรรมสูญ จากสังขารทุกข์ทั้งสิ้น นิพ์พานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเปนศุขอย่างยิ่ง ด้วย เปนธรรมดับเครื่องรัอนคือเพลิงกิเลศเพลิงทุกข์เสียสิ้น เอเตน สัจ์จัวช์ เชน ด้วยสัจจภาสิตที่กล่าวอ้างคุณคือพระนิพพานนี้ก็ดี ด้วยอำนาจ รัตนัตยคุณานุภาพแลพระราชกุศลที่ทรงบำเพ็ญนี้ก็ดี ขอสรรพศิริ สวัสดิพิพัฒมงคลพระชนมศุภอัตถอิฏฐวิบุลยผล จงประสิทธิแด่สมเด็จ บรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ทั้งพระบรมวงษานุวงษ์แลเสนามาตย์ ราชบริพาร ข้าราชการทั้งฝ่ายน่าฝ่ายใน จงถึงซึ่งความเกษมศุข สำราญนิราศปราศจากภยุปัททวันตรายทั้งสิ้น ดังพระราชหฤไทยประสงค์ทุกประการ

อรหํ สัม์มาสัม์พุท์โธ ฯลฯ อิจ์เจตํ ตรนัต์ตยํ พระอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า ได้บรรลุถึงธรรมอันอุดมแล้ว ให้สงฆ์หมู่ใหญ่ตรัสรู้ตื่นจาก กิเลศนิทรา เบิกบานปรีชาคุณขึ้นได้ พระรัตนไตรยอุดมสูงสุดกว่ารัตนอื่น แม้ถึงต่าง ๆ กันโดยวัตถุว่า พุท์โธ ธัม์โม สํโฆ ฉนี้ ก็จริงอยู่แล ก็ แต่เปนอันเดียวกัน โดยเนื้อความ เพราะไม่พรากจากกันได้ พระพุทธ เจ้าผู้ตรัสรู้ตื่นเบิกบานได้ก่อน ก็สอนให้ผู้อื่นตรัสรู้ธรรม ธรรมเล่า พระสงฆ์ได้ทรงไว้ พระสงฆ์เล่าก็เปนสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ตื่น เบิกบานได้ก่อน สามรัตนนี้ เนื่องเปนอันเดียวกันฉนี้ รัตนทั้งสามนี้ บริสุทธิสูงสุดประเสริฐในโลกย์ ย่อมเปนไปด้วยดีเพื่อความบริสุทธิ พิเศษอย่างยิ่งแก่สัตว์ผู้เลื่อมใสแล้ว ผู้ปราถนาความบริสุทธิแก่ตน