(ในคำให้การชาวกรุงเก่าว่า) พเอิญพระชัณษาสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ครบอุปสมบทในปีนั้น ครั้นเสวยราชย์มาได้ ๓ เดือนเศษก็ทูลถวาย ราชสมบัติแก่เจ้าฟ้ากรมขุนอนุรักษ์มนตรี แล้วเสด็จออกไปทรงผนวช อยู่ณวัดประดู่โรงธรรม เจ้าฟ้าเอกทัศกรมขุนอนุรักษ์มนตรีก็ทำพีธี ราชาภิเศกขึ้นครองราชสมบัติต่อมา ในแผ่นดินนั้นจึงปรากฏมีพระมหากระษัตริย์เปน ๒ พระองค์ คนทั้งหลายเรียกกันว่า ขุนหลวงพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทรพระองค์ ๑ ขุนหลวงหาวัดพระองค์ ๑ แต่ไม่ได้มีพระมหาอุปราชตลอดมาจนเสียกรุงเก่าแก่พม่าข้าศึกเมื่อปีกุญ พ.ศ. ๒๓๑๐
เรื่องตำนานวังน่าครั้งกรุงเก่า ถ้ากล่าวแต่เนื้อความโดยสังเขป วังน่า แรกมีขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เมื่อราวปีวอก พ.ศ. ๒๑๑๕ เข้าใจว่าวังจันทรเกษมนั้นในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วมาเรียกว่าพระราชวังบวรสถานมงคลเมื่อใน แผ่นดินสมเด็จพระนารายน์มหาราช วังน่าได้เปนที่ประทับของสมเด็จ พระเจ้าแผ่นดิน ๓ ครั้ง คือในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราชครั้ง ๑ แผ่นดินสมเด็จพระนารายน์มหาราชครั้ง ๑ แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าบรม โกษฐครั้ง ๑ พระมหาอุปราชที่ได้เสด็จประทับที่วังจันทรเกษมมี ๘ พระ องค์ คือ สมเด็จพระนเรศวรพระองค์ ๑ สมเด็จพระเอกาทศรถพระองค์ ๑ เจ้าฟ้าสุทัศน์พระองค์ ๑ สมเด็จพระนารายน์พระองค์ ๑ พระเจ้าเสือ (เปนแรกที่ปรากฏพระนามว่า กรมพระราชวังบวรสถานมงคล) พระองค์ ๑ พระเจ้าท้ายสระพระองค์ ๑ พระเจ้าบรมโกษฐพระองค์ ๑ กรมพระราชวัง บวรมหาเสนาพิทักษ์ (เปนที่สุด) พระองค์ ๑