จุลศักราช ๑๑๕๑ พ.ศ. ๒๓๓๒ ในคราว ๆ เดียวกับสร้างหอพระมณเฑียรธรรมในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้วยแบบอย่างลวดลายคล้ายคลึงกัน ส่อให้เห็นว่าสร้างในคราวเดียวกัน พระราชมณเฑียรที่สร้างใหม่นี้ สร้างเปนพระวิมาน ๓ หลังเรียงกัน เข้าใจว่าจะมีแบบอย่างในกรุงเก่า มาแต่คติที่ว่าปราสาทเป็นที่ประทับ ๓ ฤดูกาล แม้ตำหนักสมเด็จ พระสังฆราชครั้งกรุงเก่าก็ทำเปน ๓ หลัง จึงเรียกว่า " ไตรโลก มณเฑียร " ในศุภอักษรที่มีไปเมืองลังกา ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระเจ้า บรมโกษฐ แต่ข้าพเจ้าได้ไปเดินตรวจดูในพระราชวังหลวงที่กรุงเก่า กับพระยาโบราณราชธานินทร์ด้วยกันหลายครั้ง ยังไม่พบที่สร้าง พระวิมาน ๓ หลังที่ตรงไหน มีปรากฎแต่ในหนังสือคำให้การชาว กรุงเก่า (ซึ่งหอพระสมุดพิมพ์แล้ว เมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๔๕๗) ว่า พระวิมาน ๓ หลังมีที่วังจันทรเกษม ตรงพระที่นั่งพิมานรัถยา ที่สร้าง เปนที่ว่าการมณฑลกรุงเก่าทุกวันนี้ ในกรุงรัตนโกสินทรนี้ พระราช มณเฑียรที่ประทับสร้างเปนพระวิมาน ๓ หลัง ทั้งในพระราชวังหลวง แลที่วังน่า ในพระราชวังหลวง คือหมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานนั้น แต่ สร้างผิดกัน พระวิมานวังหลวงสร้างติดกันทั้ง ๓ หลัง พระวิมาน วังน่าสร้างห่างกัน มีชาลาคั่นกลาง จะกล่าวเฉภาะพระวิมานวังน่า ตัวพระวิมาน ๓ หลังทำเปนสองชั้น หลังใต้ขนานนามว่า " พระที่นั่ง วสันตพิมาน " ทำนองความว่าเปนที่ประทับฤดูฝน หลังกลางขนาน นามว่า "พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ" ทำนองความว่า เปนที่ประทับ ฤดูหนาว แต่หลังเหนือขนานนามว่า "พระที่นั่งพรหเมศรังสรรค์"
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/29
หน้าตา