ต่อนี้ไปก็จะเปนของท่านผู้อื่น " เล่ากันแต่สังเขปเท่านี้ก็มี เล่ากันอิก อย่างหนึ่งยิ่งไปกว่านี้ว่ากรมพระราชวังบวร ฯ รับสั่งบ่นว่า " ของใหญ่ ของโตดีดีของกูสร้าง ใครไม่ได้ช่วยเข้าทุนอุดหนุนให้แรง กูสร้างขึ้น ด้วยกำลังข้าเจ้าบ่าวนายของกูเอง นานไปใครมิใช่ลูกกู ถ้ามาเปนเจ้า ของเข้าครอบครอง ขอผีสางเทวดาจงบันดาลอย่าให้มีความศุข " แล้ว ก็ทรงแช่งสาปสาบาลไปต่าง ๆ ตามพระหฤไทยที่โทมนัศ เล่ากันอย่าง หลังนี้โดยมาก[1]
ปรากฏในหนังสือพระราชพงษาวดารว่า กรมพระราชวังบวร ฯ ประชวรครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เสด็จขึ้นไป เยี่ยมประชวรเมื่อแรกเสด็จกลับลงมาจากเมืองเถินครั้ง ๑ ต่อมาเมื่อ ทรงทราบว่าพระอาการมาก จะเสด็จขึ้นไปช่วยรักษาพยาบาล ครั้งหลังนี้พวกข้าราชการวังหลวงจะขึ้นไปตั้งกองรักษาพระองค์ พวกวังน่ามา กีดกันห้ามปราม ไม่ยอมให้พวกข้าราชการวังหลวงเข้าไปตั้งกอง ล้อมวงลงได้ เจ้าพระยารัตนาพิพิธที่สมุหนายกต้องเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย แต่ยังเสด็จดำรงพระยศเปนสมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เสด็จขึ้นไปเปน ประธานจัดการตั้งกองล้อมวง เจ้าพระยารัตนาพิพิธกับพระยายมราช เดินตามเสด็จไปสองข้างพระเสลี่ยง พวกวังน่ายำเกรงพระบารมีจึงยอม ให้ตั้งกองล้อมวง
- ↑ ความตรงนี้มีในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว