ทรงทราบว่ากรมพระราชวังบวร ฯ ประชวร โปรดให้กรมพระราชวังหลัง เสด็จตามขึ้นไป กรมพระราชวังบวร ฯ จึงให้กรมพระราชวังหลังคุม กองทัพหนุนขึ้นไปอิกทัพ ๑ กองทัพที่ยกขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ ทัพวังหลวงที่ไปทางเมืองลี้ไปเข้าใจผิดถอยลงมาเสียคราวหนึ่ง จนทัพ วังน่าตีได้เมืองลำพูน จึงยกตามขึ้นไปตั้งประชิดค่ายพม่าที่ล้อมเมือง เชียงใหม่ ครั้นกรมพระราชวังหลังเสด็จขึ้นไปถึง มีรับสั่งให้กองทัพ ยกเข้าระดมตีค่ายพม่าพร้อมกัน กองทัพวังน่าก็ตีได้ค่ายพม่าก่อน ต่อพวกวังน่าชนะแล้วทัพวังหลวงจึงตีค่ายได้ กรมพระราชวังบวร ฯ ทรงขัดเคืองกองทัพวังหลวง ดำรัสบริภาษติเตียนต่าง ๆ แล้วปรับโทษ ให้ขึ้นไปตีเมืองเชียงแสนแก้ตัวด้วยกันกับกองทัพเจ้าอนุเวียงจันท์ ซึ่ง ยกมาถึงไม่ทันรบพม่าที่เมืองเชียงใหม่ การสงครามคราวนี้จึงเปนเหตุ ให้พวกวังน่าที่เปนตัวสำคัญ คือพระองค์เจ้าลำดวน พระองค์เจ้าอินทปัต แลพระยากลาโหมทองอิน ซึ่งเปนพวกรุ่นหนุ่ม ไปมีชื่อเสียงมา ในคราวนี้ เกิดดูหมิ่นพวกวังหลวงว่าในการรบพุ่งทำศึกสงครามสู้พวก วังน่าไม่ได้ ข้างพวกวังหลวงเมื่อเห็นพวกวังน่าดูหมิ่นก็คงต้องขัด เคือง จึงเลยเปนเหตุให้ไม่ปรองดองกันในเวลาเมื่อจะตั้งกองล้อมวง เตรียมรับเสด็จ.
แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์เสด็จขึ้นไปถึงพระราชวังบวร ฯ ทอดพระเนตรเห็นสมเด็จพระอนุชาธิราชประชวรมาก ก็ ทรงพระอาไลย แลทรงพระกรรแสงรำพรรณต่าง ๆ พระองค์เจ้าหญิง กัมพุชฉัตรเฝ้าอยู่ในที่นั้น ได้ทรงพรรณาไว้ในกลอนเรื่องนิพพาน วังน่าเปนน่าจับใจ จึงคัดมาลงไว้ต่อไปนี้.