พระมหาปราสาทนั้น แล้วจัดทางเดินแห่ ตั้งราชวัตรฉัตรเบญจรงค์ รายแต่ตำหนักสวนกระต่าย มาจนถึงบริเวณที่ทำการพิธีอย่างพิธีโสกันต์ ใหญ่ ครั้นถึงวันงาน เวลาบ่ายแห่เจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิตมาทรงฟัง สวด ๓ วัน เช้าเสด็จมาเลี้ยงพระแต่ลำพังพระองค์ ถึงวันที่ ๓ เวลาเช้า แห่เสด็จมาสรงอภิเศกแล้ว เข้าใจว่าเสด็จเข้าไปรับพระราชทาน พระสุพรรณบัตรที่พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ อันเปนที่สมเด็จพระเจ้า บรมโกษฐประทับเปนพระราชมณเฑียร แล้วก็แห่เสด็จกลับไปยัง ตำหนักสวนกระต่าย.
การอุปราชาภิเศกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย เหตุการณ์เหมือนกับอุปราชาภิเศกเจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิต ทั้งที่เปนสมเด็จ พระราชโอรส แลที่จะไม่โปรดให้เสด็จไปอยู่วังน่าอย่างเดียวกัน จึง โปรดให้ถ่ายแบบอย่างครั้งการอุปราชาภิเศกเจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิตมาเปนตำราในครั้งนี้ ให้ทำพิธีที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งพระแท่นมณฑลเหมือนอย่างบรมราชาภิเศก แลตั้งพระแท่นสรงที่ชาลาพระมหาปราสาท ข้างด้านตวันออก แต่ต้องแก้ไขที่ผิดกันมีอยู่อย่างหนึ่ง ด้วยเมื่อครั้ง กรุงเก่าเจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิตประทับอยู่ที่ตำหนักสวนกระต่ายในพระราช วังหลวง แต่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยเสด็จประทับอยู่ที่ พระราชวังเดิมฟากข้างโน้น จึงปลูกพลับพลาเปนที่ประทับชั่วคราวขึ้น ที่สวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวังด้านตวันออก แทนตำหนักสวน กระต่าย ให้เปนที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า