ในฤดูลมสำเภา ถ้าปีใดทรงว่าว วังหลวงทรงว่าวกุลา ชักที่สนามน่าวัด พระศรีรัตนศาสดาราม วังน่าทรงว่าวปากเป้า ชักที่สนามหลวง เล่า กันมาแต่ก่อนดังนี้ ครั้นพระอาการกรมพระราชวังบวร ฯ ประชวรหนักลง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยเสด็จขึ้นไปประทับแรมที่ในพระราชวังบวร ฯ ทรงรักษาพยาบาลสมเด็จพระอนุชาธิราชอยู่หลายราตรี จนถึงณวันพุฒเดือน ๘ อุตราสาธ ขึ้น ๓ ค่ำ เพลาเช้า ๕ โมงเศษ (๑๑ ก.ท.) กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ประชวรมาเดือนเศษ เสด็จสวรรคตที่พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พระชนมายุได้ ๔๔ พรรษา พระราชทาน น้ำสรง ทรงเครื่องพระศพเสร็จแล้ว เชิญลงพระลองประกอบพระโกษฐ ทองใหญ่ แห่มาประดิษฐานไว้ณพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ แต่หมายประกาศ ให้คนโกนหัวไว้ทุกข์คราวนี้ ให้เอาแบบอย่างครั้งกรุงเก่า โกนแต่ผู้ที่มี สังกัดฝ่ายพระราชวังบวร ฯ เท่านั้น มิได้ให้โกนทั้งแผ่นดินเหมือน อย่างครั้งกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทสวรรคตเมื่อในรัชกาลที่ ๑ ต่อมาถึงเดือน ๕ ปีขาล จุลศักราช ๑๑๘๐ พ.ศ. ๒๓๖๑ พระเมรุที่ ท้องสนามหลวงสร้างสำเร็จ แลเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาสมโภชตามประเพณีงานพระเมรุใหญ่เสร็จแล้ว ถึงณวันศุกร เดือน ๕ ขึ้น ๑๑ ค่ำ จึงโปรดให้เชิญพระศพกรมพระราชวังบวร ฯ แห่โดยกระบวนน้อยจาก พระราชวังบวร ฯ ลงมายังน่าวัดพระเชตุพนแล้ว เชิญขึ้นพระมหาพิไชย ราชรถ แห่โดยกระบวนใหญ่ไปยังพระเมรุ มีงานมหรศพสมโภชแล ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ ๗ วันแล้ว ถึงณวันพฤหัศบดี เดือน ๕ แรม ๒ ค่ำ จึงพระราชทานเพลิงพระศพกรมพระราชวังบวร ฯ ครั้น
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๓) - ๒๔๖๒.pdf/60
หน้าตา