ได้ทำการพระราชพิธีอุปราชาภิเศกเมื่อณวันอาทิตย์ เดือน ๑๐ แรม ๖ ค่ำ ลักษณะการพิธีที่ทำครั้งรัชกาลที่ ๓ คราวนี้ โดยยุติว่าแบบอย่างครั้ง กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์เปนตำราอุปราชาภิเศก จึงปลูก พลับพลาที่ข้างโรงลคร ฯ ให้กรมหมื่นศักดิพลเสพเสด็จเข้ามาประทับ แรมอยู่ในพระบรมมหาราชวังตลอดเวลาพิธี แลเสด็จไปทรงเครื่องที่ พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ แล้วแห่ขึ้นไปทรงฟังสวดที่พระราชวังบวร ฯ เหมือนเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๒ แปลกกับอุปราชาภิเศกครั้งรัชกาลที่ ๒ แต่ ที่พระสงฆ์สวดมนต์ในพระราชวังบวร ฯ เปน ๔ แห่ง คือ พระที่นั่ง วสันตพิมานแห่ง ๑ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศแห่ง ๑ พระที่นั่งพรหเมศ รังสรรค์แห่ง ๑ แลพระที่นั่งสุทธาสวรรย์อิกแห่ง ๑ กับดูเหมือนจะลด ถาดทองแลตั่งไม้มะเดื่อที่ที่สรง แลลดกระบวนที่แห่เสด็จลงบ้าง ด้วยปรากฏในหมายกรมวังตรง ๒ ข้อนั้นว่า " ให้ไปทูลถามกรมหมื่นรักษ์ รณเรศ " แต่จะยุติเปนอย่างไรหาทราบไม่ กรมหมื่นศักดิพลเสพเปน กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเมื่อพระชนมายุได้ ๔๐ พรรษา.
กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพได้ทรงสถาปนาการในพระราชวังบวร ฯ หลายอย่าง ทราบได้โดยจดหมายเหตุบ้าง โดยสังเกตฝีมือ ช่างบ้าง เวลานั้นพระราชมณเฑียรสถานเห็นจะชำรุดทรุดโทรมมาก เข้าใจว่ากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทรงซ่อมแซมพระวิมานทั้ง ๓ หลัง แลในคราวที่ซ่อมแซมนี้ ทรงสร้างเพิ่มเติมขึ้นใหม่ด้วย คือ