พระพุทธรูปที่เปนของงามของแปลก แลเครื่องศิลาโบราณต่าง ๆ มา ตกแต่ง พระเจดีย์ก็ถ่ายแบบอย่างพระเจดีย์สำคัญ เช่นพระธาตุพนม เปนต้นมาสร้างขึ้นหลายองค์ แต่การที่สร้างวัดบวรสถานสุทธาวาศ ไม่ทันแล้วสำเร็จ ที่เล่ากันมาเปนแน่นอนนั้น ว่ากรมพระราชวังบวร มหาศักดิพลเสพทรงสร้างพระพุทธรูปยืนองค์หนึ่ง สำหรับจะประดิษฐาน ที่ในพระอุโบสถ ยังไม่ทันแล้วพอประชวรหนักใกล้จะสวรรคต จึงทรง จบพระหัตถ์ผ้าห่มพระประทานพระองค์เจ้าดาราวดีไว้ ดำรัสสั่งว่าต่อไป ถ้าท่านผู้ใดเปนใหญ่ได้ทรงบุรณวัดนั้น ให้ถวายผ้าผืนนี้ ทูลขอให้ช่วย ทรงพระให้ด้วย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรับผ้าผืนนั้น ทรงพระพุทธรูปถวายสมดังพระราชอุทิศของกรมพระราชวังบวรมหาศักดิ พลเสพจึงได้ปรากฎความที่กล่าวมานี้
กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ดำรงพระยศเปนพระมหาอุปราชอยู่ ๘ ปี ประชวรโรคมานน้ำ สวรรคตเมื่อณวันอังคารเดือน ๖ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีมโรง จุลศักราช ๑๑๙๔ พ.ศ. ๒๓๗๕ พระชนมายุได้ ๔๘ พรรษา พระศพประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ถึงเดือน ๕ ปีมเสง พ.ศ. ๒๓๗๖ เชิญพระศพแห่ออกพระเมรุที่ท้องสนามหลวง[1] มีงานมหรศพ ๕ วัน (ลดลงกว่าครั้งรัชกาลที่ ๒) พระราชทานเพลิงเมื่อวันแรม ๒ ค่ำเดือน ๕ แล้วเชิญพระอัฐิไปประดิษฐานไว้ในพระราชวังบวร ฯ แต่นั้นวังน่าก็ ว่างมา ว่างคราวนี้ถึง ๑๘ ปี ๚
- ↑ การแห่พระศพกรมพระราชวังบวร ฯ รัชกาลที่ ๑ แลรัชกาลที่ ๓ เข้าใจว่าแห่จากวังน่าลงมาพระเมรุ เหมือนครั้งรัชกาลที่ ๕ แต่ยังไม่พบจดหมายเหตุที่จะสอบ