๏ถึงปีกุญ จุลศักราช ๑๒๑๓ พ.ศ. ๒๓๙๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ เถลิงถวัลยราชสมบัติ โปรดให้สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์เปนพระมหาอุปราช แต่ให้มีพระเกียรติยศเปน อย่างพระเจ้าแผ่นดิน เหมือนเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยก ย่องสมเด็จพระเอกาทศรถราชอนุชามหาอุปราชครั้งกรุงเก่า จึงโปรด ให้แก้ไขประเพณีการฝ่ายพระราชวังบวร ฯ ให้สมกับพระเกียรติยศที่ ทรงยกย่องสมเด็จพระอนุชาธิราชนั้นหลายประการ เปนต้นว่า นาม วังน่าซึ่งเคยเรียกในราชการว่า "พระราชวังบวรสถานมงคล" ให้ เปลี่ยนนามเรียกว่า "พระบวรราชวัง" พระราชพิธีอุปราชาภิเศกให้ เรียกว่า "พระราชพิธีบวรราชาภิเศก" พระนามที่จาฤกในพระสุพรรณ บัตร แบบเดิมว่า " พระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล "พระราชทานพระนามอย่างพระเจ้าแผ่นดินว่า" สมเด็จพระปวเรนทรา เมศมหิศเรศรังสรรค์ ฯ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว " แลขานคำรับสั่งกรม พระราชวังบวร ฯ เคยใช้ว่า "พระบัณฑูร" โปรดให้เปลี่ยนเปน "พระบวรราชโองการ" ว่าโดยย่อ เติมคำ "บรม" เปนฝ่าย วังหลวง แลคำ "บวร" เปนฝ่ายวังน่าเปนคู่กัน เกิดขึ้นในคราวนี้ เปนปฐม.
เพราะเหตุที่เปลี่ยนพระราชพิธีอุปราชาภิเศกเปนบวรราชาภิเศก ดังกล่าวมานี้ ลักษณะการพิธีจึงเอาอย่างพิธีบรมราชาภิเศกทาง วังหลวง ไปแก้ไขลดลงเปนตำราพิธีบวรราชาภิเศก ตั้งต้นแต่เชิญ