เปนแต่ทำอุบายในบาญชีเท่านั้น ถ้าหากว่าใครจะแทงหวยตัว ๑ มากกว่าบาท ๑ ขึ้นไป บอกบาญชีแทงตัวนั้นให้เปนหลายหน แทงหนละ บาท ๑ จะแทงสักกี่ร้อยบาทเสมียนหวยก็ยอมให้แทง ลักษณการแทงหวย ผู้แทงต้องเอาเงินวางให้เสมียนหวยก่อนแล้วบอกว่าจะแทงหวยโรงเช้าตัวใดเปนเงินเท่าใด แลโรงค่ำจะแทงอย่างไร ด้วยลักษณแทงหวยโรงค่ำมีวิธีแทงได้หลายอย่าง เปนต้นว่าจะแทงถูกยกผิดซ้ำ เช่นแทงตัว ก โรงเช้า ถ้าถูกเปนเสร็จเพียงเท่านั้น ถ้ากินให้แทงซ้ำตัว ก ในโรงค่ำอิก ฉนี้ก็ได้ ฤๅจะแทงหู้ เช่นแทง ตัว ก ตัว ข โรงเช้า ถ้าถูกตัวใดตัวหนึ่งให้เอาเงินที่ขุนบานใช้แทงอิก ตัว ๑ ทั้งหมด ฤๅแต่เท่าหนึ่งเท่าใด ฉนี้ก็มี ยกมาแสดงพอเปน ตัวอย่าง เสมียนหวยเรียกเงินไว้แล้วจึงลงมือเขียนบาญชี บาญชีของเสมียนเขียนหวยมี ๓ อย่างด้วยกัน คือสมุดโผอย่าง ๑ ใบตอบอย่าง ๑ ใบโพยอย่าง ๑ สมุดโผ คือสมุดที่ขุนบานจำหน่ายไป เปนตัวบาญชีใหญ่สำหรับร้านเขียนหวย ต้องเขียนลงเดือนวันไว้ข้างบน ใครแทงหวยตัวใด เงินเท่าใดก็จดลงไปไม่ต้องลงชื่อผู้แทง ใช้ประทับตราประจำต่อกับ ใบตอบเปนสำคัญสำหรับตัวคน ใบตอบนั้น คือใบสำคัญทำให้แก่ผู้แทงหวย เขียนว่าวันนั้นแทงหวยตัวนั้น ๆ เงินเท่านั้น ๆ แทงอย่างนั้น ๆ เอาใบตอบนี้วางลงใน สมุดโผประทับดวงตราประจำต่อไว้ในช่องบาญชีที่ผู้นั้นแทง แล้วมอบใบตอบให้ผู้แทงถือไว้ ถ้าหวยถูกจะได้นำมาขึ้นเอาเงิน
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๑๗) - ๒๔๖๓.pdf/80
หน้าตา