ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๒๒) - ๒๔๖๔.pdf/4

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

อาณาเขตรต่อออกไป พวก ๑ ไปตั้งบ้านเมืองอันได้นามปรากฎในชั้นหลังสืบมาว่าสิบเก้าเจ้าฟ้า อยู่ทางลุ่มแม่น้ำสละวินต่อแดนพม่าไทยพวกนี้ได้นามว่าไทยใหญ่ ฤๅที่เราเรียกกันในบัดนี้ว่าเงี้ยว ไทยอิกพวก ๑ ขยายอาณาเขตรลงมาทางลุ่มแม่น้ำโขงข้างทิศใต้ มาตั้งบ้านเมืองขึ้นเปน ๒ อาณาเขตร เรียกว่าลานช้าง อยู่ทางข้างตวันออก อาณาเขตร ๑ เรียกว่าลานนา อยู่ทางข้างตวันตก (คือมณฑลภาคพายัพบัดนี้) อาณาเขตร ๑ ไทยพวกนี้ได้นามว่า ไทยน้อย ต่อมาพวกไทยน้อยในอาณาเขตรลานนาปราบปรามพวกขอมขยายเขตรแดนลงมาข้างใต้จนได้เปนใหญ่ในสยามประเทศนี้เมื่อราว พ.ศ. ๑๘๐๐ ส่วน พวกไทยน้อยที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตรลานช้างนั้นก็ขยายแดนออกไปทางทิศตวันออกจนต่อแดนพวกจาม ทางทิศใต้ได้แดนขอมตอนแผ่นดินสูงข้างฝ่ายเหนือ (คือท้องที่มณฑลอุดรบัดนี้) แล้วตั้งเปนกรุงกระษัตริย เรียกว่ากรุงศรีสัตนาคนหุต เอาเมืองเซ่า (ซึ่งมาได้นามในชั้นหลังว่าเมืองหลวงพระบาง) เปนราชธานี อาณาเขตกรุงศรีสัตนาคนหุตทางทิศเหนือต่อกับอาณาเขตรสิบสองเจ้าไทย เหล่าเมืองหัวพันห้าทั้งหก (อันเรื่องพงศาวดารมีในสมุดเล่มนี้) อยู่ในระหว่างกรุงศรีสัตนาคนหุตกับเมืองสิบสองเจ้าไทย จึงตกมาเปนเมืองขึ้นของกรุงศรีสัตนาคนหุตก่อน ต่อมาครั้นกรุงศรีสัตนาคนหุตมีอำนาจมากขึ้น แม้เมืองสิบสองเจ้าไทยก็ตกมาเปนเมืองขึ้นของกรุงศรีสัตนาคนหุตอย่างเดียวกัน เรื่องชั้นเดิมมีมาดังนี้ พวกชาวเมืองหัวพันห้าทั้งหกก็ยังเปนไทยแลพูดภาษาไทยอยู่จนทุกวันนี้