ความในหนังสือพระราชพงศาวดารยุติต้องกับกฎหมายเก่า ปรากฎว่าการจัดตั้งแบบแผนกระทรวงทะบวงการทหารพลเรือนพึ่งจัดต่อเมื่อแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชสามพระยา ซึ่งเสวยราชย์เมื่อ พ.ศ. ๑๙๙๑ ก่อนนั้นหาปรากฎว่าจัดอย่างใดไม่ แต่เมื่อพิเคราะห์ตามเรื่องพงศาวดารจำเดิมแต่พระเจ้าอู่ทองตั้งเปนเอกราชมา กรุงศรีอยุธยาได้ทำสงครามเนือง ๆ ที่เปนศึกใหญ่ก็หลายครั้ง เช่นไปตีนครธมราชธานีขอม ตีกรุงศุโขไทย แลขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ ถ้าทหารไทยในครั้งนั้นไม่มีแบบแผนวิธีจัดการควบคุม ตลอดจนยุทธวิธีเปนอย่างดีแล้ว ที่ไหนจะสามารถทำสงครามได้ไชยชนะดังปรากฎมาในเรื่องพงศาวดาร จึงสันนิฐานว่าพวกชาวกรุงศรีอยุธยาครั้งนั้น เห็นจะได้แบบอย่างทั้งวิธีการทหารแลพลเรือนของขอมมาพิจารณาเปรียบเทียบกับของไทย เลือกสรรเอาที่ดีทั้ง ๒ ฝ่ายปรุงประสมกันเปนวิธีการของชาวกรุงศรีอยุธยา จึงสามารถรบพุ่งเอาไชยชนะได้ทั้งพวกขอมแลไทยพวกอื่น ๆ ทั้งนี้ก็เปนธรรมดาเพราะพวกชาวกรุงศรีอยุธยาอยู่ใกล้ชิดติดต่อกับแดนขอมมาแต่เดิมแล้วตีได้ราชธานีขอม ได้ผู้คนมาเปนอันมาก คงมีผู้รู้ราชประเพณีแลตำหรับตำราวิชาการต่าง ๆ ของขอมมาอยู่ในกรุงศรีอยุธยามากด้วยกัน ชาวกรุงศรีอยุธยาจึงสามารถล่วงรู้ประเพณีการต่าง ๆ ของพวกขอม การอันใดเห็นว่าดีก็เลือกสรรเอามาใช้เปนแบบอย่างตามนิยม
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๒๓) - ๒๔๖๔.pdf/22
หน้าตา