เอาพลเรือนเปนสมุหนายก เอาขุนเมืองเปนพระนครบาล เอาขุนวังเปนพระธรรมาธิกรณ์ เอาขุนคลังเปนพระโกษาธิบดี เอาขุนนาเปนพระเกษตรา (ธิบดี)" ดังนี้ ก็คือเอาการที่ราชการเปนฝ่ายทหารพลเรือนเเต่ก่อนนั้น ตั้งเปนหลักจัดระเบียบกระทรวงทะบวงการฝ่ายพลเรือนให้มีอรรคหาเสนาบดีที่สมุหนายกกรมมหาดไทยเปนหัวน่าราชการฝ่ายพลเรือนทั้งปวงคน ๑ แลเอาหัวน่าพนักงานการพลเรือนที่มีประจำพระนครมาแต่ก่อน ยกขึ้นเปนเสนาบดีชั้นรองลงมาในฝ่ายพลเรือนอิก ๔ คน เรียกว่าจตุสดมภ์ มีนามแลน่าที่ต่างกัน คือพระนครบาลตำแหน่งบัญชาการรักษาสันติศุขในจังหวัดพระนครคน ๑ พระธรรมาธิกรณ์ตำแหน่งบัญชาการ ในพระราชสำนักแลการศาลยุติธรรมคน ๑ พระโกษาธิบดีตำแหน่งบัญชาการคลังเก็บส่วยรักษาพระราชทรัพย์คน ๑ พระเกษตราธิการตำแหน่งบัญชาการทำนุบำรุงกสิกรรม สะสมสเบียงอาหารแลเก็บอากรอันเกิดแต่ที่ดินคน ๑ ฝ่ายทหารก็ให้มีอรรคมหาเสนาบดีที่สมุหกลาโหมคน ๑ เปนตำแหน่งหัวน่าข้าราชการทั้งปวงในฝ่ายทหาร มีเสนาบดีเปนชั้นแม่ทัพประจำการรองลงไป คือตำแหน่งสีหราชเดโช แลตำแหน่งท้ายน้ำเปนแม่น้ำทัพใหญ่ รองลงมามีนายกองพลทหารช้าง คือ ตำแหน่งเพทราชา แลตำแหน่งสุรินทราชา[1] แลนายกองพลทหารราบ คือตำแหน่งพิไชยสงคราม ตำแหน่งรามกำแหง ตำแหน่งพิไชยชาญฤทธิ์ ตำแหน่งวิชิตณรงค์เปนต้น ทำเนียบ
- ↑ มีจดหมายเหตุ ชาวต่างประเทศกล่าวว่ากรมช้างพึ่งยกมาเปนฝ่ายพลเรือนเมื่อแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง.