ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๒๓) - ๒๔๖๔.pdf/26

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๒๓

นามข้าราชการซึ่งใช้เรียกประจำสำหรับตำแหน่งเช่นว่าสมุหพระกลาโหมมีนามว่าเจ้าพระยามหาเสนาบดีแลสมุหนายกมีนามว่า เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์เปนต้น ก็เกิดขึ้นในคราวนี้ แต่ข้าราชการตลอดจนพลไพร่ทั้งฝ่ายทหาร แลพลเรือนยังคงเปนทหารทำการรบพุ่งในเวลามีการศึกสงครามอยู่เหมือนอย่างเดิม แลวิธีเกณฑ์คนคงยังเปนอย่างเดียวกันทั้งฝ่ายทหารพลเรือนตลอดมา

การตั้งทำเนียบยศนั้น เรียกในหนังสือพระราชพงศาวดารว่าตั้งทำเนียบศักดินา คือตั้งอัตราในกฏหมายว่าบุคคลมียศชั้นใด จะมีที่นาได้เท่าใด เปนต้นแต่กำหนดว่าไพร่พลเมืองคน ๑ จะมีได้เพียง ๑๐ ไร่ เปนอย่างมาก ผู้ที่มียศสูงขึ้นไปก็มีน่าได้ โดยอัตราจำนวนไร่มากขึ้นไปโดยลำดับ จนถึงเจ้าพระยาเสนาบดีมีได้คนละ ๑๐,๐๐๐ ไร่ แลมหาอุปราชมีนาได้ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ เปนอย่างมากที่สุด อันวิธีกำหนดจำนวนนาสำหรับผู้มียศต่าง ๆ กันนี้ได้ยินว่าประเพณีจีนก็มี เพราะฉนั้น การที่ตั้งทำเนียบศักดินาเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ จะได้เค้าเงื่อนมาแต่จีนฤๅจะคิดขึ้นใหม่ในประเทศนี้หาทราบชัดไม่ แต่เมื่อพิจารณาดูทำเนียบศักดิตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เห็นว่าไม่ใช่แต่กำหนดให้มีไร่นาได้คนละเท่าใดเท่านั้น ที่แท้ทำเนียบศักดินานั้น ตัวชั้นยศข้าราชการในสมัยนั้น อย่างที่กำหนดเปนนายพลนายพันนายร้อยฤๅที่กำหนดเปนมหาอำมาตย์แลรองอำมาตย์ในปัจจุบันนี้ แลปลาดที่เกือบจะตรงกันทีเดียว จะลองเทียบพอให้เห็นเปนตัวอย่าง