มิได้ แตกหนีขึ้นไปซ่อนอยู่ทีตำบลบ้านกะลาภอ ที่เปนหัวน่าหรือตัวนายก็เข้าไปเมืองสงขลาลุกะโทษต่อพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็ยกโทษให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนภาคทัณฑ์ไว้ แลจัดแยกให้พวกสาเหยดพวกรัตนาวงเปนกองส่งชันส่งหวายขึ้นอยู่กับเมืองสงขลา คนประมาณสี่ร้อยครัวเศษ แลให้อยู่ที่ตำบลบ้านกะลาภอเปนแขวงหนึ่ง ตัวนายหรือหัวน่านั้นตั้งให้เปนแม่กองคุมเลขในกองพวกนี้ ด้วยเห็นว่าถ้าจะบังคับให้พวกสาเหยด พวกรัตนาวงไปอยู่ในบังคับพระยาปัตตานี (พ่าย) อิกกลัวจะไม่สิ้นความพยาบาท จะเกิดวิวาทรบกวนไม่รู้แล้ว จึ่งได้จัดพวกนี้ให้แยกขึ้นเสียกับเมืองสงขลากองหนึ่ง พวกสาเหยดพวกรัตนาวงซึ่งแยกเปนกองส่งหวายส่งชันขึ้นกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เรี่ยรายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในแขวงบ้านหนองจิกบ้างยิริงบ้าง เหตุด้วยในแขวงตำบลที่กะลาภอไม่มีที่จะทำนา หัวน่าที่เปนแม่กองคุมอยู่นั้น ครั้นถึงกำหนดจะส่งหวายส่งชันกับเมืองสงขลาแล้ว ก็เที่ยวเรียกไปตามบาญชี เรียกชันเรียกหวายส่งกับเมืองสงขลาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในระหว่างพระยาปัตตานี (พ่าย) ว่าราชการเมืองอยู่ ในอาณาเขตรเมืองปัตตานีเกิดโจรผู้ร้ายเที่ยวตีปล้นบ้านเรือนชุกชุม พระยาปัตตานี (พ่าย) ปราบปรามไม่สงบลงได้ ก็บอกหนังสือแจ้งราชการเข้ามาเมืองสงขลา . พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ก็นำหนังสือบอกเข้ามากรุงเทพ ฯ
๏โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาอภัยสงคราม กับพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋อง) ออกไปแยกเมืองปัตตานีเปนเจ็ดเมือง พระยาอภัยสงคราม พระยา