ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๔) - ๒๔๕๘.pdf/102

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๘๕

นักปรัง ทั้งสองนี้เกลี้ยกล่อมได้เขมรป่าดงเปนอันมาก เจ้านครจำปาศักดิ (นาก) จึ่งพาเจ้าแก้วกับนักเมืองไปหาเจ้าพระยาบดินทรเดชาณเมืองอุดงมีไชย เจ้าพระยาบดินทรเดชาจึ่งมีบัญชาให้เจ้าแก้วควบคุมพวกเขมรป่าดง ผูกส่วยน้ำใจเปนขี้ผึ้งปีละหนึ่งหาบ

กับมีตราอนุญาตตั้งให้นักเมืองเปนพระณรงค์ภักดีเจ้าเมือง ให้ท้าวอินทรบุตรท้าวบุญสาร เปนหลวงอภัยภูธรปลัด นักเต๊กเปนหลวงแก้วมนตรียกรบัตร ยกบ้านท่ากะสังปากน้ำเซลำเภาขึ้นเปนเมืองขนานนามว่า เมืองเซลำเภา, กำหนดเขตรแขวงฝั่งน้ำโขงตวันตก แต่ปากห้วยละออกลงไปถึงห้วยชหลีกใต้เสียมโบกเปนแขวงเมืองเซลำเภา ขึ้นเมืองนครจำปาศักดิแต่นั้นมา

ในลำดับนั้น เจ้านครจำปาศักดิ (นาก) ได้มีบอกขอยกบ้านห้วยทรายขึ้นเปนเมืองโพนทอง ตั้งให้ท้าวอินทร์นายครัว เปนที่พระอินทร์ศรีเชียงใหม่ กินน้ำคลองฉะแก ขึ้นเมืองนครจำปาศักดิอิกเมืองหนึ่ง

ในปีนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านไพรตระหมัก (ฤๅบ้านดาสี) ขึ้นเปนเมืองมโนไพร ให้หลวงภักดีจำนง (ทิดพรหม) เสมียนตรา กรมการเมืองขุขันธ์ ซึ่งเปนบุตรเขยพระยาเดโช (เมง) เปนพระมโนจำนงเจ้าเมืองมโนไพร ขึ้นเมืองขุขันธ์ ครั้งนั้นโปรดให้หลวงอนุรักษภูเบศร์เปนข้าหลวงขึ้นไปจัดราชการหัวเมืองตวันออก แลจัดปันเขตรแดนเมืองจำปาศักดิ แลเมืองขุขันธ์ให้เปนเขตรแดนเมืองมโนไพร