ลุจุลศักราช ๑๒๒๖ ปีชวดฉศก เจ้ายุติธรรมธร (คำสุก) เจ้านครจำปาศักดิ ได้ย้ายครอบครัวจากเมืองเก่าหินรอด มาตั้งอยู่ณตำบลระหว่างโพนบกกับวัดลครริมแม่น้ำโขงตวันตก เปนเมืองนครจำปาศักดิซึ่งคงอยู่ในบัดนี้ แลเวลานั้น เพี้ยเมืองโคตร บ้านคันซมซัวแขวงเมืองเจียมโจทสมัคขึ้นเจ้านครจำปาศักดิ ๆ จึ่งตั้งบ้านคันซมซัวเปนเมืองนครเพ็ง (อยู่ฝั่งโขงตวันออก) ให้เพี้ยเมืองโคตรเปนเจ้าเมือง ขึ้น เมืองนครจำปาศักดิอิกเมืองหนึ่ง (ภายหลังเมืองนี้กลับขึ้นเมืองเจียมดังเก่า) วันศุกร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนอ้าย พระยาไชยสุนทรเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ มีหมายตั้งเจ้าขัติยให้ว่าที่ราชวงษ์เมืองภูแล่นช้าง
แลในปีนี้หัวเมืองฝ่ายตวันออกเกิดฝนแล้งเข้าแพง ซื้อขายกันราคาสัดละตำลึง ฤๅ ๔ ทนานต่อบาทบ้าง
ลุจุลศักราช ๑๒๒๗ ปีฉลูสัปตศก พระขัติยวงษาเจ้าเมืองร้อยเอ็ดมีบอกขอตั้งบ้านลาดกุดยางใหญ่ (ฤๅนางใหญ่ ฤๅใย) เปนเมือง จึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ ฤๅนางใย เปนเมืองมหาสารคาม ให้ท้าวมหาไชย บุตรอุปฮาด (สิง) เมืองร้อยเอ็ด เปนพระเจริญราชเดชเจ้าเมือง ให้ท้าวบัวทองบุตรอุปฮาด (ภู) เปนอัคฮาด ให้ท้าวไชยวงษา (ฮึง) บุตรพระยาขัติยวงษาเจ้าเมืองร้อยเอ็ด เปนอัควงษ์ ให้ท้าวเถื่อนบุตรพระขัติยวงษา (จัน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด เปนอัคบุตร รักษาเมืองมหาสารคามขึ้นเมืองร้อยเอ็ด เมืองร้อยเอ็ดได้แบ่งเลขให้ ๔๐๐๐ คน ทั้งสัมโนครัวประมาณ ๙๐๐๐ คน
ฝ่ายเมืองร้อยเอ็ด อุปฮาด (ภู) ถึงแก่กรรม แลพระขัติยวงษา