ณกรุงเทพฯ ได้ความสมดังพระยาขุขันธ์ (วัง) กล่าวโทษ ตุลาการตัดสินให้พระปลัด (ศรีเมือง) ใช้เงินหลวง แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระปลัด (ศรีเมือง) กลับมารับราชการยังเมืองขุขันธ์ ครั้นพระปลัด (ศรีเมือง) มาถึงเมืองปราจิณก็ถึงแก่กรรม ฝ่ายท้าวอ้นบุตรพระปลัด (ศรีเมือง) เห็นว่าจะรับราชการอยู่ในเมืองขุขันธ์ดังแต่ก่อนเกรงว่าจะได้รับความเดือดร้อน จึ่งกลับมากรุงเทพฯ ขอออกทำราชการเปนกองนอก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เปนพระบริรักษ์ภักดีกองนอก ทำราชการขึ้นเมืองขุขันธ์ แลโปรดเกล้าฯ ตั้งให้ท้าวบุนนาค บุตรพระยาขุขันธ์ (วัง) เปนพระอนันต์ภักดีผู้ช่วยราชการเมืองขุขันธ์ตามซึ่งพระยาขุขันธ์ (วัง) มีบอกขอมานั้นด้วย
กับพระยาขุขันธ์ (วัง) ได้มีบอกกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอตั้งตำบลห้วยลำแสนไพรอาบาล กับบ้านกันตวด ตำบลห้วยอุทุมพรเชิงเขาตกเปนเมือง ขอให้พระแก้วมนตรี (พิมพ์) ยกรบัตร แลท้าว บุตดี บุตรพระยาขุขันธ์ (วัง) เปนเจ้าเมือง
วันพฤหัสบดี แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีนี้ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกห้วยอาบาลเปนเมืองกันทรลักษณ์ ให้พระแก้วมนตรี (พิมพ์) ยกรบัตร เปนพระกันทรลักษณบาลเจ้าเมือง
ให้ยกบ้านกันตวด ห้วยอุทุมพร เปนเมืองอุทุมพรพิไสย ให้ท้าวบุตดี เปนพระอุทุมพรเทศานุรักษ์เจ้าเมือง ขึ้นเมืองขุขันธ์ พระราชทานถาดหมากคนโทเงิน ๑ สำรับประคำทอง ๑ สัปทนปัสตู ๑