พระราชสีห์ซึ่ง โปรดเกล้าฯ มีไปเมื่อปีวอกจัตวาศก จุลศักราช ๑๒๓๔ นั้นไม่ ต่างถือเปรียบแก่งแย่งกันอยู่ ฝ่ายราชการเกิดมีขึ้นอย่างใดก็ต่างคนต่างหาได้ปฤกษาปรองดองกันไม่ ฝ่ายอุปฮาดจึ่งได้มาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ณกรุงเทพฯ กราบบังคมทูลพระกรุณาขอตั้งบ้านดอนเสาโรงเปนเมือง ขอไปเปนเจ้าเมือง จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านดอนเสาโรงเปนเมืองเกษตรวิไสย ตั้งให้อุปฮาด (เง่า) เปนที่พระศรีเกษตราธิไชยเจ้าเมือง ให้ท้าวสังบุตรท้าวสุริยเปนอัคฮาด ให้ท้าวพรหมบุตร ท้าวผายเปนอัควงษ์ ให้ท้าวสาบุตรท้าวสุริโยเปนอัคบุตร รักษาราชการเมืองเกษตรวิไสย พระศรีเกษตราธิไชยกับกรมการกราบถวายบังคมลาพาท้าวเพี้ยกรมการไปตั้งเมืองอ ยู่ณบ้านกู่กะโดนแขวงเมืองสุวรรณภูมิ หาได้ไปตั้งที่ดอนเสาโรงตามโปรดเกล้าฯ นั้นไม่ ครั้งนั้นท้าวเพี้ยตัวเลขในท้องแขวงเมืองสุวรรณภูมิ ได้พากันไปสมัคขึ้นกับเมืองเกษตรวิไสย มีจำนวนสี่พันแปดร้อยคนเศษ
ในปีนี้ทิดคำหมอช้างชาวเมืองขอนแก่น นายแปรควาญคนเมืองสุวรรณภูมิ แลนายจันหมอชาวเมืองสุวรรณภูมิ ทิดบุญมาควาญ ชาวเมืองขอนแก่น ไปแทรกโพนช้างทางฝั่งโขงตวันออก คล้องได้ช้างพังเผือกสูงสี่ศอกเท่ากัน ๒ ช้าง พระยารัตนวงษาเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ได้มีบอกส่งมาถวายณกรุงเทพฯ โปรดให้สมโภชขึ้นระวางเปนพระเทพคชรัตนกิรินีช้าง ๑ พระศรีสวัสดิเสวตรวรรณช้าง ๑ ในระหว่างนั้นพระยารัตนวงษา (คำผาย) เจ้าเมืองสุวรรณภูมิก็ถึงแก่กรรมลง แลยังหาทันโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดเปนเจ้าเมืองไม่ ทางเมืองสุรพินทนิคม พระสุรพินท์เจ้าเมืองก็ถึงแก่กรรมในปีนี้ พระยาสุรินทร์เห็นว่าหลวงพิทักษ์สุนทร บุตรพระปลัดกรมการเมืองสังฆะ ซึ่งสมัคมาอยู่เมืองสุรพินท์เปนคนหลักถานมั่นคงดี จึ่งได้ให้หลวงพิทักษ์สุนทรรับตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสุรพินท์ แต่ยังหาทันได้มีบอกขอตั้งไม่ หลวงพิทักษ์สุนทรรับราชการตำแหน่งเจ้าเมืองสุรพินท์ได้สามปีก็ถึงแก่กรรม แต่นั้นมาเมืองสุรพินท์ก็ยังหามีเจ้าเมืองไม่