ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๔) - ๒๔๕๘.pdf/145

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๒๘

เจ้าอุปราช (เสือ) เปนเจ้าอุปราช ให้เจ้าธรรมนุเรศ บุตรเจ้าอินทร์ หลานเจ้านครจำปาศักดิ (ฮุย) เปนเจ้าราชบุตร

เมืองเชียงแตงมีบอกมายังกรุงเทพฯ ว่านายด่านแซแมรแจ้งว่า นักขำมารดานักองค์วัดถา ๑ พระยาจักรี ๑ สมเด็จ ๑ มหาเทพ ๑ แลครอบครัวชายหญิงใหญ่น้อยรวมร้อยเศษ พระสงฆ์ ๔ รูป ช้าง ๘ ม้า๘ เกวียน ๒ หนีมาแต่บ้านไซมัง มาตั้งอยู่บ้านด่านแซแมร เหนือบ้านแซอังกรอง แขวงเมืองเชียงแตง แลนักขำได้แจ้งต่อเพี้ยมนตรีนายด่านบ้านแซแมรว่า จะไปกรุงเทพฯ ดังนี้ จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มีตราสั่งยังบรรดาหัวเมืองตวันออกว่า ถ้าพบนักขำกับครอบครัวเขมรก็ให้ส่งมายังกรุงเทพฯ

แลในระหว่างนั้น พระยาประเสริฐสุริยวงษ์แม่ทัพเมืองพนมเปนได้ยกกองทัพไปตามจับพระราชเดชะแม่ ทัพของนักองค์วัดถา กับสนองกุยซึ่งอยู่ณเมืองกะพงสวาย จับได้แต่สนองกุย ส่วนพระราชเดชะหนีไปได้ พระยาประเสริฐจึ่งตั้งให้สนองกุยเปนมะโนบริภาศ ใช้ให้ไปตามจับพระราชเดชะ มะโนบริภาศกลับไปเข้ากับพระราชเดชะเสีย ครั้นพระยาประเสริฐทราบดังนั้น จึ่งยกทัพตามจับพระราชเดชะได้ฆ่าเสียส่วน มะโนบริภาศ (กุย) จึ่งยกครอบครัวหนีกองทัพพระยาประเสริฐเข้ามาตั้งอยู่ที่ลำแสนแขวงเมืองสังฆะ จึ่งมีตราโปรดเกล้าฯ ให้พระศักดิเสนี ซึ่งเวลานั้นเปนข้าหลวงอยู่เมืองสังฆะกับพระยาสังฆะ ให้จับมะโนบริภาศ (กุย) ได้ ส่งตัวมาณกรุงเทพฯ

อนึ่งเมื่อปี ๑๒๓๗ ท้าวอินทิสาร (ทัน) ท้าวสุริยวงษ์ (ยง)