จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านเสาธงเปนเมืองธวัชบุรี ตั้งท้าวโพธิราช เปนพระธำนงไชยธวัชเจ้าเมือง แลตำแหน่งอุปฮาด ราชวงษ์ ราชบุตร เมืองร้อยเอ็ด เมืองธวัชบุรีนั้น ก็โปรดให้ตามใบบอกเมืองร้อยเอ็ดขอ
ครั้นพระธำนงไชยธวัช (โพธิราช) กับอุปฮาด (จักร) เมืองร้อยเอ็ด แลราชวงษ์ ราชบุตร กรมการ เมืองร้อยเอ็ด เมืองธวัชบุรี กราบถวายบังคมลาไปถึงบ้านสาริกา อุปฮาด (จักร) กับพระธำนงไชยธวัชถึงแก่กรรมเสียตามทาง หาทันถึงเมืองไม่
ครั้นจุลศักราช ๑๒๔๓ ปีมเสงตรีศก พระขัติยวงษา (เสือ) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด จึ่งได้มีบอกขอให้ราชวงษ์ (เภา) เปนอุปฮาด ขอราชวงษ์ (เคือ) เปนราชวงษ์ ขอท้าวอุปชิตน้องชายพระขัติยวงษา (เสือ) เปนราชบุตรเมืองร้อยเอ็ด ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ คนทั้งนี้ได้รับตำแหน่งตามพระขัติยวงษาบอกขอทุกคน
อนึ่งเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งแต่พระยาไชยสุนทร (หนู) เจ้าเมืองแลอุปฮาด (เหม็น) ราชบุตร (สุริยมาตย์) ถึงแก่กรรมแล้ว ก็มีแต่ราชวงษ์ (เชียงโคต) เปนผู้ใหญ่ได้ควบคุมท้าวเพี้ยกรมการ รักษา ราชการบ้านเมืองต่อมาจนปีนี้ ท้าวเพี้ยกรมการเมืองกาฬสินธุ์ จึ่งได้มีบอกให้ราชวงษ์นำเงินส่วยมาทูลเกล้าฯ ถวายณกรุงเทพฯ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชวงษ์ (เชียงโคต) เปนตำแหน่งพระยาไชยสุนทร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ต่อไป
พระราษฎรบริหารผู้ว่าราชการเมืองกมลาไศรย มีใบบอกมา