ฝ่ายเมืองมหาสารคาม พระเจริญราชเดช ได้มีบอกแต่งให้ท้าวโพธิสาร (อุ่น) บุตรอุปฮาดมหาสารคาม ลงมาเฝ้าทูลลอองธุลี พระบาทณกรุงเทพฯ ขอเปนที่พระพิทักษ์นรากร เจ้าเมืองวาปีปทุม ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้ท้าวโพธิสาร (อุ่น) เปนพระพิทักษ์นรากร เจ้าเมืองวาปีประทุมในปีนี้ แลพระประชาชนบาล เจ้าเมืองสหัสขันธ์ถึงแก่กรรม
เดือน ๗ ปีนี้ พระยาขุขันธ์ภักดี (วัง) ผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ถึงแก่กรรมแล้ว ท้าวปัญญาบุตรพระยาขุขันธ์ (วัง) กับพระรัตนวงษา (จันลี) ได้นำช้างพังสีปลาด ๑ ช้างพังตาดำ ๑ ลงมาถวายณกรุงเทพฯ จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวปัญญาว่าที่พระยาขุขันธ์ ให้พระรัตนวงษาว่าที่พระปลัด กลับไปรักษาราชการบ้านเมืองต่อไป
อนึ่งพระเจริญราชสมบัติ (บุญจัน) นายกองนอกเมืองขุขันธ์ ซึ่งสมัคไปขึ้นอยู่กับเมืองนครจำปาศักดิแต่ก่อนนั้น ครั้นพระยาขุขันธ์ (วัง) ถึงแก่กรรมแล้ว เจ้านครจำปาศักดิก็ให้พระเจริญราชสมบัติ กลับมาขึ้นยังเมืองขุขันธ์ตามเดิม
ผู้รักษาเมืองกรมการเมืองขุขันธ์ ได้มีบอกขอให้ยกรบัตร (วัด) เมืองอุทุมพรพิไสยเปนพระ อุทุมพรเทศานุรักษ์ เจ้าเมืองอุทุมพรพิไสย วันพุธ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งให้ยกรบัตร (วัด) เปนพระอุทุมพรเทศานุรักษ์ เจ้าเมืองอุทุมพรพิไสย พระราชทานถาดหมากคนโทเงินสำรับ ๑ สัปทนแพรหลินแดง ๑ เสื้อเข้มขาบริ้ว ๑ แพรขาวห่ม ๑ ผ้าม่วงจีน ๑