ตามธรรมเนียมบ้านเมือง จึ่งมีตราโปรดเกล้าฯ ไปยังบรรดาหัวเมืองตวันออก ห้ามมิให้จับข่ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนแลใช้สอยการงานต่าง ๆ แต่ส่วนข่าที่ผู้ใดได้ซื้อหามาจากผู้ใดแต่ก่อนนั้น ก็ให้คงอยู่กับเจ้าหมู่มุลนายไป เพราะจะให้ข่าทาษเดิมนั้นพ้นค่าตัวไป ก็จะเปนเหตุเดือดร้อนแก่มุลนายที่ได้เสียเงินซื้อไถ่แลกเปลี่ยนมาแต่ก่อนนั้น
พระสุวรรณภักดี เจ้าเมืองท่าขอนยาง ไม่พอใจจะทำราชการขึ้นกับเมืองกาฬสินธุ์ จึ่งอพยพครอบครัวออกจากเมืองท่าขอนยางไปสมัคทำราชการขึ้นกับเมืองท่าอุเทน ส่วนเมืองท่าขอนยางคงมีแต่อุปฮาดราชวงษ์แลกรมการรักษาราชการบ้านเมืองอยู่ อุปฮาด (ทุม) เมืองแซงบาดาลถึงแก่กรรม ท้าวหงษ์ได้รับตำแหน่งเปนอุปฮาดรักษาราชการต่อไป
วันเสาร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๔ หลวงภักดีณรงค์ (ทัด) เตรียมจะไปฟังราชการที่พระยามหาอำมาตย์ณนครจำปาศักดิ คืนวันนั้นเวลาย่ำค่ำเศษเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ริมเรือนหลวงภักดีณรงค์ ลมพัดจัดไฟลุกลามไปไหม้เรือนหลวงภักดีณรงค์ แลคุก แลศาลา เสมียนตาย ๒ คน คนโทษตาย ๑๔๙ คน เงินส่วยของหลวงแลหนังสือราชการเสียหายไปเปนอันมาก ความทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินตรา ๒ ชั่ง เสื้อเยียรบับ ๑ ผ้าม่วงจีน ๑ แพรขาวห่ม ๑ แก่หลวงภักดีณรงค์ (ทัด) พระราชทานเงินตราชั่งหนึ่ง เสื้อเข้มขาบดอกริ้ว ๑ ผ้าม่วงจีน ๑ แพรขาวห่ม ๑ แก่พระยาภักดีณรงค์ (สิน) เวลานั้นเปนขุนพรพิทักษ์ พระราชทานเงินตราชั่งหนึ่ง เสื้อเข้มขาบ