วันที่ ๑๕ สิงหาคม หลวงคำนวณคัคณานต์ ซึ่งตรวจแผนที่เสร็จราชการแล้ว ออกจากเมืองอุบลกลับกรุงเทพฯ
กันยายน จมื่นศักดิบริบาล ขุนรักษ์หิรัญ ไปเปนข้าหลวงรักษาราชการอยู่ณเมืองเขมราษฎร์
วันที่ ๑๖ กันยายน พระขัติยวงษา ผู้ว่าราชการเมืองร้อยเอ็ด เปนไข้จับถึงแก่กรรม อายุ ๔๙ ปี อุปฮาดเปนผู้รักษาเมืองร้อยเอ็ดต่อไป
บริษัทสยามบุรพทิศสิทธิการณเมืองอุบล ได้สร้างเรือกลไฟจักรท้าย ๒ จักร ชื่อบำรุงบุรพทิศลำหนึ่งยาว ๔๕ ฟิต ปากกว้าง ๑๑ ฟิต ชื่อพานิชพัฒนาลำหนึ่ง ยาว ๕๐ ฟิต ปากกว้าง ๑๒ ฟิต สำหรับเปนเรือรับจ้างบรรทุกสินค้า แลโดยสาน เดินในลำน้ำมูลระหว่างเมืองอุบลไปท่าช้างแขวงเมืองนครราชสิมา แลเรือลำที่ชื่อบำรุงบุรพทิศได้ใช้จักรออกเดินไปนครราชสิมา ในตุลาคมปีนี้
วันที่ ๑ ตุลาคม ข้าหลวงเมืองอุบลได้จัดให้นายร้อยตรีพึ่ง ๑ นายสิบเอก ๑ พลทหาร ๑๒ คน ไปเปลี่ยนนายร้อยตรีเจริญซึ่งรักษาด่านเมืองนอง
แลให้นายร้อยตรีพรหม ๑ นายสิบเอก ๑ พลทหาร ๑ ไปเปลี่ยนนายร้อยตรีคล้ายรักษาด่านเมืองตะโปน
แลให้ข้าหลวงผู้รักษาเมืองเขมราษฎร์จัดกรมการเขมราษฎร์ไปเปลี่ยนหลวง ชำนาญท้าวพรหมบุตร รักษาด่านเมืองพิน ตามกำหนด ๖ เดือนเปลี่ยนกันครั้งหนึ่ง
วันที่ ๒๔ ตุลาคม ราชบุตรเมืองอุบล เปนไข้จับถึงแก่กรรมอายุ ๕๐ ปี