ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๔) - ๒๔๕๘.pdf/221

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๒๐๔

กองรักษาฝ่ายสยามเปนสามารถ ฝ่ายสยามจึ่งได้ยิงโต้ตอบไปบ้างแต่เล็กน้อยโดยมิได้มีเจตนาที่จะทำลายชีวิตรผู้คนอย่างใด เปนแต่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายไทยก็มีปืนบ้างเหมือนกันเท่านั้น แต่ข้างฝ่ายฝรั่งเศสก็ยิ่งหนุนเนื่องรุกรบเข้ามาทุกที จนเจ้าน่าที่ฝ่ายสยามเห็นว่าเหลือกำลังที่จะห้ามปรามแลปฏิบัติจัดการโดยดีกับฝรั่งเศสได้แล้ว จึ่งจำเปนต้องจัดกองรบออกระดมยิงต่อสู้บ้าง เพื่อรักษาความเปนอิศรภาพแลทั้งป้อง กันชีวิตรของประชาชนชายหญิง อันอยู่ในความปกครองไว้ แลทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องอาวุธป่วยตายแลตั้งประชันหน้ากันอยู่

เวลานั้นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ข้าหลวงใหญ่หัวเมืองลาวกาว ซึ่งประทับอยู่ณเมืองอุบล เมื่อได้ทรงทราบว่าฝรั่งเศสแสดงเปนอมิตรขึ้นดังนั้นแล้ว จึ่งได้โปรดให้เกณฑ์กำลังเมืองศีร์ษะเกษ เมืองขุขันธ์ เมืองสุรินทร์ เมืองมหาสารคาม เมืองร้อยเอ็ด เมืองละ ๘๐๐ คน แลเมืองสุวรรณภูมิ เมืองยโสธร เมืองละ ๕๐๐ คน แลให้เกณฑ์เมืองขุขันธ์อิก ๕๐๐ คน ให้พระศรีพิทักษ์ (หว่าง) ข้าหลวงเมืองขุขันธ์คุมไปตั้งรักษาอยู่ณเมืองมโนไพร แลเมืองเซลำเภา โปรดให้หลวงเทพนรินทร์ (วัน) ซึ่งกลับจากน่าที่เมืองตะโปนไปเปนข้าหลวงแทนพระศรีพิทักษ์อยู่เมืองขุขันธ์

แลให้นายสุจินดา ขุนอินทรประสาท (กอน) นายร้อยตรีคล้าย นายร้อยตรีโชติ คุมทหาร ๑๐๐ คน แลกำลัง ๕๐๐ คน พร้อมด้วยสาตราวุธ เปนทัพน่า รีบยกออกจากเมืองอุบลแต่วันที่ ๑๐ เมษายน ลงไปสมทบช่วยพระประชาณเมืองสีทันดร