ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๔) - ๒๔๕๘.pdf/48

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๓๑

ไปไม่ ประชุมชนจึ่งได้ยกชายผู้มีตระกูลคนหนึ่งขึ้นเปนหัวน่าบัญชาการเด็ดขาดในอาณาเขตรนครกาละจำบากนาคบุรีศรีนั้นโดยเรียบร้อยตลอดมาได้ ๖ ปีถึงแก่กรรม นางแพงบุตร นางเภาหลาน ได้เปนผู้อำนวยการบ้านเมืองสืบต่อมาอิกในจุลศักราช ๑๐๐๕ ปีมแมเบญจศก

สมัยกาลครั้งนั้นยังมีพระภิกษุรูปหนึ่งเปนพระครูเจ้าวัดอยู่วัดโพนเสม็ดแขวงกรุงศรีสัตนาคนหุต ประชุมชนเรียนพระภิกษุรูปนั้นว่าพระครูโพนเสม็ด มีสานุศิษย์ญาติโยมแลประชาชนในแว่นแคว้นนั้นนับถือรักใคร่เข้าเปนพรรคพวกมาก ครั้นจุลศักราช ๑๐๕๐ พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตถึงแก่พิราไลย พระยาเมืองแสนชิงเอาสมบัติขึ้นครองกรุงศรีสัตนาคนหุต พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตมีโอรสองค์หนึ่งชื่อเจ้าองค์หล่ออายุได้ ๓ ปี มารดาของเจ้าองค์หล่อผู้เปนชายาพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตนั้นยังมีครรภ์ค้างอยู่ด้วย ฝ่ายพระยาเมืองแสนผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุตจะรับเอามารดาเจ้าองค์หล่อไปเปนภรรยา นางหายินดีด้วยไม่ จึ่งพาเจ้าองค์หล่อหนีมาอยู่กับพระครูโพนเสม็ด ๆ จึ่งให้นางชายาพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตกับเจ้าองค์หล่อโอรสไปอยู่ณตำบล ภูฉะง้อหอคำ พอถึงกำหนดครรภ์ นางนั้นก็คลอดบุตรเปนชาย คนทั้งหลายเรียกกันว่าเจ้าหน่อกระษัตริย์ ฝ่ายเจ้าองค์หล่อผู้เปนเชษฐานั้นมีความโกรธคิดแค้นพระยาเมืองแสน จึ่งพาบ่าวไพร่ของตนไปอยู่เมืองญวน ตั้งเกลี้ยกล่อมมั่วสุมกำลังผู้คนคอยหาโอกาศแก้แค้นพระยาเมืองแสนอยู่ ฝ่ายพระยาเมืองแสนผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุต เห็นว่าพระครูโพนเสม็ดมีผู้คนรักใคร่กลัวเกรงนับถือมาก ถ้าละไว้เกรงว่าพระครู