พระแก้วมนตรียกรบัตรเมืองขุขันธ์ เมื่อในจุลศักราช ๑๑๔๖ ปีมโรงฉศก อยู่มาพระยาไกรภักดี แต่งให้กรมการออกไปจับพวกราษฎรในกองเจ้าเมืองนัน ๆ เกณฑ์กำลังยกมาตีพระยาไกรภักดี ๆ สู้มิได้หนีไปอยู่เมืองสังฆะ แล้วบอกลงมาณกรุงเทพฯ โปรดเกล้าฯ ให้ข้าหลวงคุมกำลังไปจับเจ้าเมืองนันได้พาเอาตัวลงมากรุงเทพฯ
จุลศักราช ๑๑๔๕ ปีเถาะเบญจศกนั้น พระขัติยวงษา (ทน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดป่วยถึงแก่กรรม พระขัติยวงษา (ทน) มีบุตร ๓ คน ชื่อท้าวสีลัง ๑ ท้าวภู ๑ ท้าวอ่อน ๑ จึ่งโปรดตั้งให้ท้าวสีลังเปนพระขัติยวงษาเจ้าเมือง ให้ท้าวภูเปนอุปฮาดเมืองร้อยเอ็ด
จุลศักราช ๑๑๔๖ ปีมโรงฉศก โปรดตั้งให้นายเชียงแตง บ้านหางโคปากน้ำเซกองฝั่งตวันออกแม่น้ำโขง ซึ่งเปนผู้ได้พาญาติพี่น้องพรรคพวกเฃ้าสามิภักดิรับอาสานำร่องเรือกระบวนทัพ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท แต่ครั้งยังดำรงพระยศเปนเจ้าพระยาสุรสีห์แม่ทัพยกไปตีเวียงจันท์ครั้งนั้น เปนที่พระอุดมเดชเจ้าเมือง ยกบ้านหางโคเปนเมืองเชียงแตง มีกำหนดเขตรแขวงทิศตวันออกถึงตำบลแสพวก ทิศใต้ ถึงเขาเชิงโดย ทิศตวันตกเฉียงเหนือถึงห้วยม่วง ทิศเหนือถึงดอนตะแบง เปนบริเวณเชียงแตง ขึ้นกรุงเทพฯ
จุลศักราช ๑๑๔๗ ปีมเสงสัปตศก พระยารัตนวงษา (อุ่น) เจ้าเมืองศีร์ษะเกษถึงแก่กรรม โปรดเกล้าฯ ตั้งให้ท้าวชมบุตรพระยารัตนวงษา (อุ่น) เปนพระยาวิเศษภักดี เจ้าเมืองศีร์ษะเกษ ครั้นจุลศักราช ๑๑๔๘ ปีมเมียอัฐศก เมืองศีร์ษะเกษกับเมืองขุขันธ์เกิดวิวาท