ลุจุลศักราช ๑๑๗๖ ปีจอฉศก ฝ่ายอุปฮาด (ก่ำ) เมืองอุบลราชธานี กับราชวงษ์ (สิง) เมืองโขง ซึ่งเปนญาติกันกับเจ้าพระวิไชยขัติยราชวงษา เจ้านครจำปาศักดิเก่านั้น มิพอใจที่จะทำราชการกับเมืองนครจำปาศักดิ แลเมืองอุบล
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านสิงทาเปนเมืองยโสธร ให้ราชวงษ์ (สิง) เมืองโขง เปนที่พระสุนทรราชวงษา เจ้าเมืองยโสธร ท้าวชีชาเปนอุปฮาด ท้าวบุตรเปนราชวงษ์ ท้าวเสนเปนราชบุตร ขึ้นกรุงเทพฯ ผูกส่วยน้ำรัก ๒ เลขต่อเบี้ย ป่านสองเลขต่อขอด
โปรดให้ตั้งบ้านโคกกงพเนียง ริมฝั่งน้ำโขงตวันตก เปนเมืองเขมราษฎร์ธานี ให้อุปฮาด (ก่ำ) เมืองอุบล เปนที่พระเทพวงษา เจ้าเมืองเขมราษฎร์ ขึ้นกรุงเทพฯ ผูกส่วยน้ำรัก ๒ เลขต่อเบี้ย ป่าน ๒ ขอดต่อ ๑๐ บาท แลโปรดตั้งให้ท้าวกุทอง บุตรพระประทุมสุรราชเปนอุปฮาดเมืองอุบล
ครั้งนั้นจึ่งได้กำหนดเขตรแขวงแบ่งปันเขตรแดนเมืองนครจำปาศักดิฝ่ายเหนือ เลื่อนลงมาถึงปากคลองน้ำโดมใหญ่ ไปถึงคลองเท้าสาร คลองตองแอก ตัดลงลำน้ำกระยุงต่อเขาบันทัด ฝ่ายตวันออกตรงปากคลองน้ำโดมใหญ่ ไปตามลำคลองทรายถึงคลองบางโกย ตัดลงปาด เซบังเหียงขึ้นไปเขาบันทัด ต่อแดนเมืองญวน เปนกำหนดเขตรแดนเมืองนครจำปาศักดิ
ในปีนั้น ฝ่ายเมืองสุวรรณภูมิท้าวอ่อนผู้เปนอุปราช เจ้าเมืองสุวรรณภูมิเปนคนมีภรรยามาก หลงรักภรรยาน้อย ฝ่ายนางแก้ว