ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๔) - ๒๔๕๘.pdf/87

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๗๐

ฝ่ายกองทัพเจ้าจำปาศักดิ (โย่) ก็แตกหนีข้ามไปทางแม่น้ำโขงแต่เจ้าอุปราช (คำป้อง) เมืองจำปาศักดินั้นหนีไปตายอยู่กลางป่า ส่วนกองทัพเจ้าอุปราช เจ้าราชวงษ์เวียงจันท์ ก็แตกหนีร่นไปตั้งรวบรวมไพร่พลอยู่ณค่ายบกหวาน เจ้าพระยาราชสุภาวดี จึ่งได้ยกกองทัพไปตั้งอยู่ณเมืองยโสธร ผ่อนไพร่พลแลจัดเกณฑ์กำลังหัวเมืองต่าง ๆ มาเข้ากองทัพ แลให้เจ้าฮุยบุตรเจ้าโอ เจ้าเมืองอัตปือยกกำลังกองหนึ่งไปเที่ยวติดตามจับเจ้าจำปาศักดิ (โย่) ณฟากโขงตวันออก ให้เจ้านาค ผู้พี่เจ้าฮุย คุมกำลังมาสมทบเข้ากองทัพพร้อมด้วยกองทัพหัวเมือง ต่าง ๆ พร้อมแล้ว ก็ยกไปตีกองทัพเวียงจันท์ ซึ่งตั้งอยู่ณตำบล บกหวานได้สู้รบกันเปนสามารถ ครั้งนั้นมีเสียงว่าเจ้าพระยาราชสุภาวดีแม่ทัพหลวง ได้ถูกเจ้าราชวงษ์แทงเอาด้วยหอกที่สีข้าง ๆ ซ้าย แต่ถูกพลาดถลากไปเปนแผลเล็กน้อย เมื่อถูกแทงนั้น บางข่าวว่ากำลังขี่ช้างสู้กันบ้าง บ้างก็ว่าขี่ม้า บ้างก็ว่าเจ้าพระยาราชสุภาวดีกำลังขี่ม้าไป ในป่ากับนายทัพนายกองรอง ๆ สองสามคน เพื่อจะไปหาตำบลไชยภูมิที่ตั้งค่าย ขณะนั้นพอมาถึงหัวเลี้ยวแห่งหนึ่ง ก็พบเจ้าราชวงษ์เวียงจันท์ซึ่งขี่ม้ามากับทหารสองสามคน จนหน้าม้าชนกันโดยต่างคนยั้งตัวมิทัน ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดีนั้นหารู้จักเจ้าราชวงษ์ไม่ แต่ฝ่ายเจ้าราชวงษ์นั้นรู้จักเจ้าพระยาราชสุภาวดี ทันใดนั้นเจ้าราชวงษ์ก็เอาหอกที่ถืออยู่นั้นแทงเจ้าพระยาราชสุภาวดี ๆ หลบเบี่ยงตัวปลายหอกจึ่งพลาดถูกตรงสีข้าง ๆ ซ้ายตกม้าลง บรรดานายทัพนายกองที่ขี่ม้าตามมาข้างหลัง ซึ่งรู้จักตัวเจ้าราชวงษ์ จึ่งได้สอึกเข้าต่อสู้กั้นกางไว้ พอเจ้าพระยาราชสุภาวดีขึ้นม้าได้แล้ว ก็พากันเข้าช่วยกลุ้มรุมสู้รบกับเจ้าราชวงษ์