ในเมืองพิงค์เรานี้ อันพระพุทธเจ้าจักควรสังคหะกรุณานั้นก็มีแล พระพุทธเจ้าก็หันด้วยทิพจักขุฉันนี้ กุพระตถาคตนิพานแล้ว ด้วยปีเดือนวันได้พันปายแปดปีนั้น มหานครอันหนึ่งชื่อหริภุญไชย จักเกิด มีในสามเทสะนั้นแล้ว สาสนากูตถาคตจักไปรุ่งเรืองในเมืองอันนั้น หมั้นชะละ กูตถาคตก็ควรไว้ธาตุเพื่อเปนประโยชน์แก่โลกย์ทั้งหลายควรแท้จริงแล
เนื้อความนี้สาธกมาพอให้แจ้ง ศักราชที่คลาดเคลื่อนไม่ ตรงกันเท่านั้น แต่นี้จะลำดับความตามตำนานเชียงใหม่ต่อไป
ครั้งนั้นพระเจ้าตรีจักขุอนุรุธธรรมิกราชให้อัญเชิญท้าวพระยา มหากระษัตริย์ในสากลชมพูทวีป ท้าวพระยาทั้งหลายในนานา ประเทศ ก็ได้ไปประชุมพร้อมกัน ยังขาดแต่ลานนาไทยประเทศ หา ผู้ใดจักไปพร้อมมิได้ เหตุบ่อมีมหากระษัตริย์ เมื่อนั้นอนุรุธธรรมิก ราชจึงกล่าวขอต่อสมเด็จอมรินทราธิราช ๆ มีเทวโองการประสาทให้ลาวจกเทวบุตรอันเสวยทิพสมบัติ อยู่ในชั้นดาวดึงษสวรรค์ จุติลงมาเปนใหญ่ในลานนาไทยประเทศ บำรุงพระพุทธสาสนาให้ถาวรสืบไป จึ่งลาวกเทวบุตรกับนางเทวธิดา แลบริวารพันหนึ่งก็จุติจากเทวโลกย์มาปติสนธิเปนมนุษยโดยอุปปาติกะกำเนิด เปนดังราชกุมารอันมี ชัณษาได้ ๑๖ ขวบ ก็ก่ายเกินเงินคือบันไดเงินลงมาจากจอมเขาเกตุบรรพต ดอยตุง (ดอยธง) มาสถิตยแท่นเงินภายใต้ไม้หมากทัน (พุดซา) อันที่มีในน้ำแม่สาย ในแว่นแคว้นไชยวรนครเชียงลาว