ทุติยศักราชได้ ๕๖๐ ตัว พระพุทธเจ้านิพานไปได้ ๑๑๘๒ วัสสายังมีมหานครอันหนึ่งฝ่ายหนอาคเณย์มีพันเมือง มีราชขัติยราช วงษาหากสุดเสียหาท้าวพระยาบ่อได้มีเมืองหวนเปนเกล้า แลเวลา นั้นยังมีพระยาตนหนึ่ง ชื่อว่าอนุรุธธรรมิกราชเปนเจ้าในเมือง มารราษฎร์ แลเมืองทลางในชมพูทวีปมี ๘๔๐๐๐ เมืองที่อันมีท้าวพระยามหากษัตริย์นั้น ก็มาพร้อมกันหั้นเสี้ยง แลพระยาอินทรา ก็ใช้เทวดาเทวบุตรตนหนึ่งลงมาบอกหื้อพระยาตนนั้นว่า หื้อได้ตัดศักราชหั้นแล
เมื่อนั้นท้าวพระยาทั้งหลายก็ไหว้สาพระธรรมิกราช ว่า เมืองไทยยวนทั้งหลายมีพันเมืองเขาบ่อมีเจ้า เขาบ่อมาพร้อมที่นี้แล เมื่อนั้นพระยาอินทราก้หื้อปฏิญาณซึ่งเทวบุตรทั้งหลายพันตน มีลาวจกเทวบุตรเปนเกล้าก็ก่ายเกินเงิน แต่จอมเขายุคันธรลงมากับด้วย เทวบุตรบริวารทั้งหลายพันหนึ่ง แล้วก็มาอันตรธานกลับหายจาก เพศอันเปนเทวบุตรนั้นแล้ว ก็เอาโอปปาติกะเหนือแท่นเงินลูกหนึ่ง อันมีใต้ร่มไม้หมากทันที่นั้น แล้วก็เกิดเปนคนใหญ่ประมาณ ๑๖ ขวบ เข้าพร้อมกับด้วยกันนางราชธิดาหั้นแล เมื่อนั้นเทวดาก็ไปบอกแก่คนทั้งหลายว่าลาวเทวบุตรลงมาเปนเจ้าแก่สูแล สูจุ่งเอารถไปรับเอามาเถอะ ว่าอันเมื่อนั้นเขาก็เอาราชรถไปราธนาเชิญเอามาแล้ว ก็ อุสยาภิเศกหื้อเปนเจ้าแก่เมืองไทย แล้วก็รับเอาคำแห่งพระยา ธรรมิกมาแล้ว ก็บ่าวท้าวพระยาทั้งหลายมี ๙๙๘ เมือง เว้นแต่ เมืองหริภุยไชยกับเมืองศุโขทัยเท่านั้น เหลือกว่านั้นก็มาพร้อม