พระยาทั้งสอง ปรองดองเลิกแล้วความกันแล้ว พระยาทั้ง ๓ เมือง จึ่งให้ตั้งพิธีทำสัตยต่อกันณริมฝั่งน้ำขุนภูให้ยกพลับพลาแลราชอาศนทั้ง ๓ ตั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์แลเครื่องสัจปานทั้งปวง แล้วกระษัตริย์ทั้ง ๓ องค์ ต่างก็กระทำสัตยปฏิญาณต่อกันว่า จักซื่อสัตยต่อักนไม่เบียดเบียฬกันตลอดชีวิตร แล้วต่างคนต่างเอามีดแทงโลหิตที่นิ้วมือ รวมเข้าด้วยกัน ประสมกับน้ำสัตยานั้นเสวยทั้ง ๓ องค์ เพื่อให้เปนทัฬหมิตรสนิทติดต่อกันไปภายน่า เหตุซึ่งกะษัตริย์ทั้ง ๓ นั่งอิงกันกระทำสัตย ที่แม่น้ำขุนภูนั้น น้ำนั้นจึงมีนามว่าน้ำอิงสืบต่อมาเท่าบัดนี้ แล้วพระยาเมงรายก็อำลาสหายทั้งสองกลับไปเมืองเชียงราย พระยาร่วงอยู่สอนสาศตรศิลปอาคมต่าง ๆ ให้พระยางำเมืองแล้วก็ ลากลับไปเมืองศุโขทัย
บัดนี้จักกลับกล่าวถึงขุนฟา ซึ่งรับอาษาพระยาเมงรายไป ริปองเมืองหริภุญไชยนั้น ตั้งแต่ปีจอจนถึงปีมโรงจุลศักราช ๖๔๒ ได้ ๗ ปี จึ่งสำเร็จ
ในระหว่าง ๗ ปีนั้นมีดังนี้ ขุนฟามาฝากตัวอยู่กับพระยา ยีบา หัวทีมันแสร้งกระทำหื้อถูกใจพระยา กับเสนาอำมาตย์แลประชาราษฎรทั้งหลาย อยู่มาพระยายีบาถามว่าเมื่อขุนฟาอยู่เชียงราย เจ้าเมงรายปลูกเลี้ยงให้ท่านเปนที่ฤา ขุนฟาไหว้ว่าพระยาเมงรายให้ข้าเปนขุนต่างใจไว้ให้ข้าพิจารณาไต่ถ้อยตัดความขับเอาสินส่วยไรต่าไร่ค่านาทุกเยื่องแล พระยายีบาก็ตั้งขุนฟาไว้ในถานันดร ที่พิจารณา