วันอ้ายฟาจึงไหว้พระยายีบาว่า ขอเจ้าเหนือหัวสำแดงคำอันตั้งอาชญาไว้ในท่ามกลางโรงหลวงที่ชุมนุมหื้อปรากฏแก่ไทย เจ้าเหนือหัวกับ ทั้งชาวบ้านชาวเมืองทั้งมวญหื้อรู้ทุกคนเทอะ เมื่อนั้นพระยาก็สำแดงความอันตนตั้งอาชญายังกลางโรงหลวงให้ปรากฏแก่คนทั้งหลายวัน นั้นแล เมื่อนั้นอ้ายฟาได้โอกาศอันจักเภโทบายมันมีความยินดีนัก อ้ายฟาก็ให้จัดคนผ่อแหนขัดปากตูคุ้มพระยาชุแห่ง บ่ออาจจักให้ราษฎรคนใดคนหนึ่งเมื้อไหว้พระยาได้สักคน ผู้ใดมีกิจการเยื่องใด ก็บ่อเมื้อหาพระยาได้ ก็ต่างเมื้อหาเจ้าขุนบ่าวไผนายมัน เถ้าขุนฟาแต่งเอาสินส่วยไรมากนักชาวบ้านชาวเมืองมาอีดคราง ขุนฟาก็ว่า หากเปนแต่พระยาเจ้าให้กระทำดาย สูอย่าครางเอามาจงได้ว่าอัน เขาทั้งหลายใส่ใจว่า หากเกิดแต่พระยายีบาให้ขึ้นเอาสินส่วยไรค่าไรค่านาค่าของเถียงบ่อได้ ก็จำเอาออกให้แท้หั้นแล ขุนฟาซ้ำอุบาย ไหว้พระยาว่า ข้าเจ้าให้เลียบดูบ้านเมืองเจ้าเหนือหัวทุกแห่งทุกพันไร่พันนา เข้ากล้าดีบ่อดีให้รู้ว่าอันข้าเห็นพันนาทวน กับภูคาลุ่มเมือง ฝายบ่อดี เข้าตายแดดมากนัก ดังข้าจะขุดลอมน้ำอันหนึ่งเหนือฟากแม่พิงค์กล่ำวันออก ให้เปนแม่น้ำแผ่วออกมาพันนาเชียงเลือมาต่อแม่ ควง ให้ชาวบ้านชาวเมืองได้แปงฝายเอาน้ำเข้ามา พระยายีบาว่าฉันใดจักดีก็บ่อกว่าขุนฟาแลว่าอัน ครั้นถึงเมื่อฤดูร้อนยามแล้ง ขุนฟาก็ป่าวชาวเมืองทั้งหลายมาขุด ให้เปนเหมืองไปต่อเอาน้ำแม่พิงค์ เหนือ
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/134
หน้าตา