ชาวใต้ดู คือให้เอาไม้ต้นหนึ่งยาวสามวา อันถากแต่งดีแล้วลอบ ลงจมไว้ในน้ำแม่พิงค์ ภายเหนือตะพานกุมกาม แล้วเอาแกลบ ไม้ใส่กรวยหุ้มให้ดีเอาลงไว้ในน้ำที่นั้น ให้น้ำพัดแกลบไม้ออก ละน้อย ๆ เปนดังคนถากออกนั้น เอาลงไว้แต่กลางคืน ครั้นรุ่งเช้า ช่างการโถมจึงมาเฝ้าเจ้าเมงรายทูลอาสาดำน้ำถากไใให้แขกเมืองดู จึงให้ชักไม้ทั้งเหลือกต้นหนึ่งยาว ๓ วา ลงน้ำแม่พิงค์ให้แขกเมืองเห็น แล้วช่างการโถมก็ลับขวานให้คม ลงดำน้ำพักใหญ่หนึ่งก็ขึ้นมา ไหว้พระยา ว่าข้าเจ้าถากไม้แล้วขอให้ชักไม้ขึ้นดูเถิด เจ้าเมงราย ให้ชักไม้ต้นที่ถากแล้วขึ้นดู ก็เห็นเปนรอยถามใหม่ ๆ งามนัก
ฝ่ายแขกเมือง จึงสำแดงคุรอิกอย่างหนึ่ง คือให้ช่างผู้ เหลาหวายนั้น สลักเม็ดเข้าสารเม็ดหนึ่ง เปนรูปช้างสองตัวชนกัน แล้วนำขึ้นถวายเจ้าพระยาเมงรายทอดพระเนตรแล้ว จึ่งส่งให้ช่างการโถมดู ช่างการโถมจึงสำแดงคุณให้แขกเมืองดูอิกอย่างหนึ่งบ้าง คือลับขวานให้คม แล้วเอาขวานโกนผมต่างมีดโกน แขกเมือง เห็นดังนั้นก็กล่าวคำสรรเสริญว่าชาวเมืองลาวนี้ฉลาดนัก แล้วแขกเมืองก็ทูลลาเจ้าพระยาเมงรายกลับคืนไปเมืองใต้ ฝ่ายเจ้าพระยา เมงรายจึ่งตั้งช่างการโถมให้เปนหมื่นเจตราไปครองเมืองรอย คือ เมืองเชียงแสน ยามนั้นยังเรียกเมืองรอยอยู่ ต่อเมื่อเจ้าพระยา แสนภูไปครองเมืองแลสร้างเมืองใหม่ จึ่งได้เปลี่ยนนามเมืองรอย