ทรงครรภ์ไปบวงสรวงเทพารักษบนภูดอยในงานปีใหม่ นางผู้มารดาประสูตรพระกุมารองค์นี้บนภูเขานั้น บิดาจึงให้นามว่าเจ้าแสนภู ถัดมาองค์ที่สองทรงนามว่าพ่อท้าวน้ำท่วม เพราะประสูตรในปีน้ำท่วม จึงขนานนามตามนิมิตรนั้น องค์ที่สามทรงนามพ่อท้าวงั่ว เหตุด้วย ในวันประสูตรนั้น ชาวเมืองนำเอาหอยงั่วมาถวายเปนอันมาก จึงขนานนามตามนิมิตรนั้น ครั้นกุมารทั้งสามเจริญไวยแล้ว เจ้าพระยาไชยสงครามผู้บิดา ก็ส่งมาเรียนความรู้ในสำนักเจ้าพระยาเมงราย พระราชบิดา เจ้าพระยาเมงรายมีความกรุณาแก่หลานทั้งสามยิ่งนัก
ทีนี้จะกล่าวด้วยราชบุตรเจ้าพระยาเมงราย มีสามชายคือ ขุนเครื่องราชบุตรองค์ใหญ่ ซึ่งผิดอาญาบิดาให้ยิงเสียที่เมืองยิงหนึ่ง ที่สองเจ้าขุนคราม อาสาพระราชบิดาไปตีได้เมืองนครเขลางค์ ได้เปนพระยาไชยสงครามครองเมืองเชียงราย ที่สามเจ้าขุนเครือ พระราชบิดาให้ครองเมืองพร้าว อยู่มาเจ้าขุนเครือลอบไปสู่หาภรรยาเจ้า พระยาไชยสงครามอันอยู่เมืองเชียงดาวนั้น เนื้อความทราบถึงเจ้า พระยาไชยสงคราม จึงคิดอ่านจะกุมเอาตัวเจ้าขุนเครือ ๆ รู้ตัวก็ตั้งมั่นอยู่ในเมืองพร้าว ขณะนั้นเจ้าพระยาเมงรายมีชนมายุได้ ๗๓ ปี ทรงพระประชวรจึงย้ายสถานไปอยู่เวียงกุมกาม เจ้าขุนเครือออกจากเมืองพร้าวมาอยู่ปฏิบัติพระราชบิดาในเวียงกุมกาม เจ้าพระยาเมงรายให้หาเจ้าพระยาไชยสงคราม ๆ ยกมาถึงแจ้สักรู้ข่าวว่าเจ้าขุนเครือผู้น้องมาอยู่กับพระราชบิดา เจ้าจึงยั้งทัพอยู่ณตำบลแจ้สักนั้น แล้วใช้