ทั้งหลายเชิญพระศพเข้าพระโกษฐ มาประดิษฐานไว้ในพระราชมณเฑียร แล้วพร้อมกันอันเชิญเจ้าพระยาไชยสงครามแต่เมืองเชียงรายลงมาครองราชสมบัติในนครพิงค์เชียงใหม่ เจ้าพระยา ไชยสงครามให้สร้างวิมานเมรุมาศขนาดใหญ่ กระทำฌาปนกิจ พระศพเสร็จแล้ว ให้สร้างพระเจดีย์ไว้ณะที่อสนีบาตตกต้องพระราชบิดาทิวงคตนั้น เจดีย์นั้นยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ เจ้าพระยา ไชยสงครามอยู่จัดการในเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ได้ ๔ เดือน แล้ว อภิเศกราชบุตรองค์ใหญ่ ผู้ชื่อท้าวแสนภู พระชนมายุได้ ๔๑ ปี ให้เปนพระยาครองสมบัติในเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ แทนพระยา เมงรายพระอัยกาธิราชในปีมะเมียสัมฤทธิศกจุลศักราช ๖๘๐ เดือนเชฐมาศเพ็ญเปนลำดับที่ ๒๖ แห่งราชวงษ์ ถัดนั้นเจ้าก็แต่งราชบุตร ผู้กลาง คือพ่อท้าวน้ำท่วมให้ไปครองเมืองฝาง ให้ราชบุตรผู้น้อง น้อยคือพ่อท้าวงั่วไปครองเมืองเชียงของ แล้วเจ้าพระยาไชยสงคราม ก็กลับไปอยู่เมืองเชียงรายดังเก่า ฝ่ายเจ้าแสนภูเสวยเมืองเชียงใหม่ มาถึงปีมะแมได้ปีหนึ่ง ฝ่ายเจ้าขุนเครือผู้ครองเมืองมาย รู้ข่าว พระราชบิดาสวรรคต แลเจ้าแสนภูได้ครองเมืองเชียงใหม่ดังนั้น เจ้าก็ยกรี้พลไทยใหญ่ชาวกองใต้ทั้งหลาย มายังเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ อุบายว่าจักมาคำนับศพแล้วมาพักพลอยู่เวียงกุมกาม ให้ตั้งอยู่ตำบลทุ่งเข้าสาร แล้วก็ยกเข้ามายังกาดเชียงใหม่
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/158
หน้าตา