ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/161

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๔๘

ราชบิดา เจ้าไชยสงครามได้ทราบก็ทรงพระโสมนัศยินดียิ่งนัก จึง เสด็จกรีฑาพลไปยังเมืองนครเชียงใหม่ ให้ตั้งพิธีปราบดาภิเศก เจ้าพ่อท้าวน้ำท่วม พระชนม์ได้ ๓๐ ปี ให้เปนพระยาครองเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ในปีจอจัตวาศกจุลศักราช ๖๘๔ เปนลำดับที่ ๔ ตั้งแต่เมงรายมา แล้วเจ้าไชยสงครามก็กลับไปสถิตยสำราญอยู่นคร เชียงรายตามเดิม

เจ้าพ่อท้าวน้ำท่วมครองเมืองเชียงใหม่ได้ ๒ ปี ถึงณปีชวด ฉศกศักราช ๖๘๖ พระราชบิดาทรงระแวงพระไทยว่าจะเปนขบถ จงปลงอาญาสิทธิ์ให้พ่อท้าวงั่วผู้น้องมาคุมเอาตัวเจ้าพ่อท้าวน้ำท่วมยังเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ได้แล้ว ก็ส่งไปไว้ยังเมืองเขมรัฐคือเมือง เชียงตุง ชาวเขมรัฐทั้งหลายก็ราชาภิเศกเจ้าพ่อท้าวน้ำท่วมให้เปน พระยาในเขมรัฐโชติตุงคะบุรีนั้น ฝ่ายเจ้าขุนเครื่องซึ่งต้องกักขังอยู่ ณตำบลทัพคันใดนั้น ได้ ๔ ปีก็จุติไปสู่ปรโลก เจ้าพระยาไชย สงครามเสด็จมาจากเชียงราย กระทำการฌาปนกิจศพเจ้าขุนเครื่อง ผู้น้องเสร็จแล้ว จึงอภิเศกเจ้าแสนฟูราชบุตรให้ครองเมืองนคร เชียงใหม่เปนคำรบสอง ครั้นเสร็จการราชาภิเศกเจ้าแสนฟูแล้ว เจ้าพระยาไชยสงครามก็เสด็จกลับไปเมืองเชียงราย สถิตย์สำราญ อยู่ได้ ๒ ปี ถึงณะปีเถาะนพศกลุศักราช ๖๘๙ ทรงพระประชวรทิวงคต พระชนมายุได้ ๓๒ พรรษา ลำดับนั้นเจ้าพระยาแสนฟู เวนราชสมบัติให้เจ้าคำฟูผู้บุตรอยู่รักษาเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ แล้วเจ้าพระยาแสนฟูก็เสด็จไปเมืองเชียงราย กระทำการฌาปนกิจศพ