ดอยอุสุจุบรรพตดูชาวทัพไทยออกลาดหาหญ้าช้าง ได้ทีก้ออกทลวง ฟันได้ศีศะมา ถวายเจ้าพระยาสามฝั่งแกนทุกวัน เจ้าสามฝั่งแกน ตรัสชมว่าเขาเหล่านี้ เปนเด็กชายน้อยยังมีใจสาพิภักดิ์กล้าหาญ ถึงปานนี้ จึงตั้งให้เปนหัวศึกสี่หมู่ จึงมีตำแหน่งพระยาเด็กชายสืบ แต่นั้นมาจนทุกวันนี้ อยู่ได้ ๗ วันพระยาไสลือถอยทัพไปตั้งอยู่ดอยเจ็ดสิน แล้วขึ้นไปสรงน้ำดำเศียรยังดอยยาลาดหลวง แล้วก็เลิกทัพกลับไปข้ามน้ำแม่ระมิงค์ที่สบกางไปทางตวันออก แต่งกองสุ้มไว้ รั้งท้ายเปนสามกองณะที่ใกล้หนองแห่งหนึ่ง ฝ่ายเจ้าสามพระยาสามฝั่งแกนเจ้านครพิงค์เชียงใหม่ จึงแต่งให้หมื่นมขาม ๑ หมื่นสาม หมาก ๑ หมื่นเขม ๑ หมื่นเขือ ๑ ถือพลไปตามตีตัดท้ายพลพระยาไสลือ ไปจวบกองทัพไทยที่แต่งรั้งไว้ จึงได้ตกเข้าในที่ล้อมสู้รบกัน เปนสามารถ ฟันกันเปนบั้นเปนท่อนตายกลาดอยู่ที่ใกล้หนองนั้น เหตุฉนั้นหนองนั้นจึงปรากฏเรียกว่าหนองแสนท่อน ภายหลังกลาย เปนหนองแสนทอนซอนสืบมาจนบัดนี้
พระยาไสลือยกไปแรมทัพหนองไผ่ไปทางเหนือ ข้ามน้ำ แม่พิงค์ไปมาฟากตวันตก ไปด้วยน้ำริมโดยลำดับมรรคาถึงเมืองเชียงราย พักเลี้ยงดูรี้พลถ้วน ๗ วัน ๆ หนึ่งพระยาไสลือเลียบเล็ง ดูไชยภูมิ์เสียงราย เห็นด้วยช้างกุ่มเปนดังรูปหมู ด้วยถ้ำเปนดัง รูปช้าง จึงตรัสว่าเมืองนี้ผู้ใดอยู่หาความเจริญมิได้ แล้วพระยาไสลือ