ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/183

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๗๐

นั้น เกิดในปีฉลูศักราช ๗๗๑ เมื่อได้ครองเมืองพร้าววังหิน อยู่มิ นานเท่าใดกระทำความผิดพระราชบิดาทรงพระพิโรธ จึงเนียรเทศไป ไว้เมืองยวมไต้

ยังมีอำมาตย์ผู้หนึ่งชื่อว่าสามเด็กย้อย คิดอ่านจะเอาราชสมบัติให้แก่เจ้าท้าวลก จึงลอบไปรับเจ้าท้าวลกจากเมืองยวมใต้มาสุ้มส้อน ไว้ในเวียงเชียงใหม่ ขณะนั้นเจ้าสามฝั่งแกนพระเจ้านครเชียงใหม่ ไปประทับอยู่เวียงเจ็ดลิน เจ้าท้าวกับหมื่นสามเด็กย้อยเตรียมการพร้อมแล้ว เวลาเมี่ยงคืนก็ลอบไปเผาเวียงเจ็ดลินไหม้ขึ้น เจ้าสาม ฝั่งแกนทรงม้าที่นั่งแล่นเข้ามาเมืองเชียงใหม่เจ้าท้าวลกก็ให้กุมพระ ราชบิดาไว้ รุ่งเช้าจึงให้นิมนต์ชาวเจ้าสังฆะ เข้ามาประชุมพร้อม กันในราชมณเฑียร เจ้าพระยาสามฝั่งแกนประกาศมอบเวรราชสมบัติแลหลั่งน้ำให้แก่ท้าวลกราชบุตร เปนเจ้านครเชียงใหม่ตามความประสงค์เสร็จแล้ว เจ้าท้าวลกก็ส่งพระราชบิดาไปไว้เมืองสาด เสนาอำมาตย์ทั้งหลายก็ตั้งการราชาภิเศกเจ้าท้าวลก ขึ้นเปนพระมหาราชเจ้าพระนครพิงค์เชียงใหม่ ในปีจอจัตวาศกจุลศักราชได้ ๘๐๔ เดือนแปด (คือหก) เพ็ญวันศุกร ถวายพระนามว่าพระมหาศรี สุธรรมติโลกราช เมื่อได้เถลิงราชสมบัติพระชนมายุได้ ๓๔ พรรษา เจ้าจึงปูนบำเหน็จให้หมื่นสามเด็กย้อยเปนเจ้ากินพันนาขาน ชื่อเจ้าแสนขาน อยู่มาได้ ๑ เดือน กับ ๑๕ วันแสนขานคิดการจะเปนขบถ พระยาติโลกราชจึงให้หาหมื่นโลกนครผู้อาว์ซึ่งครองเมืองนครเขลางค์ให้ไปจับตัวแสนขานได้ พระยาติโลกราชคิดถึงอุปการคุณของแสน