ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕) - ๒๔๖๐ reorganised.pdf/189

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๗๖

อยู่มาถึงปีมะแม พระยายุทิศเจียงผู้ครองเมืองสองแคว มาอ่อนน้อมยอมเปนเมืองขึ้นต่อพระเจ้าเชียงใหม่ (เนื้อความตอนนี้ตรงกับความในพระราชพงษาวดารน่า ๒๙ ซึ่งมีว่าครั้งนั้นพระยาเชลียงคิดขบถพาครัวทั้งปวงไปแต่มหาราช) แลในปีมะแมเดือนห้า ขึ้นสิบสามค่ำ พระยาติโลกราชเจ้าพระนครพิงค์เชียงใหม่ เสด็จยก ทัพหลวงไปเมืองสองแควเพื่อจะป้องกันเอาเมืองฝ่ายเหนือแห่งกรุงพระนครศรีอยุทธยา จึงเสด็จไปตั้งอยู่ทุ่งยั้ง แลเมืองฝางมีรี้พล ทัพหลวง ๔๐๐๐๐ ทัพหัวเมืองหมื่นหนึ่ง แล้วยกไปตั้งอยู่ข้างแม่กรังในเมืองสองแควยี่สิบวัน แล้วยกไปตีปากยม (คือปากพิงค์เดี๋ยวนี้) ครั้นได้ปากยมแล้วจึงให้หมื่นหาญนคร ยกไปตีเมืองเชลียงไปถึง ตำบลน้ำรึมเพลาค่ำ มีมหาเถรมาบอกเหตุว่าที่นี้ไม่ควรยั้งควรนอน ชาวเชลียงเขามีมากนักจักมากระทำร้าย หมื่นยี่ซาตอบว่า จ้ากู อย่าร้อนใจ ตูข้าหากหลายนักมิเปนไร ก็พากันยั้งทัพอยู่ณะที่นั้น ครั้นเพลาเที่ยงคืนชาวเชลียงออกมาปล้นทัพหมื่นนคร เสียชาวนคร ไปมากนัก หมื่นนครหักหนีมาหาหมื่นกึ่งตีนเชียง ทัพไทยไล่ติด ตามมาพอเวลารุ่งสว่าง เห็นฉัตรผ้าขาวอยู่ในหมู่ทัพหมื่นกึ่งตีนเชียง ไทยสำคัญว่าเปนทัพพระมหาราชเจ้าเชียงใหม่ ก็ตั้งยั้งทัพอยู่มิอาจ เข้าตี หมื่นกึ่งตีนเชียงใช้ให้ไปทูลพระเจ้าเชียงใหม่ ๆ จึง ให้หมื่นซาคำแหว่งกับหมื่นพรานด้งเอาทัพม้า ๑๐๐๐ พลถือน่าไม้ ปืนยาวยกไประดมยิง กองทัพไทยล้มตายเปนอันมากก็พ่ายหนีไป